คุก 3-6 ปีวัฒนา /6 ผู้รับเหมาฉ้อโกงซื้อที่ดินคลองด่านฎีกาจบเข้าเรือนจำระนาว'ประยูรวิศว์การช่าง'รอด

17 กรกฎาคม 2561


 

จำคุก 3-6 ปี "วัฒนา อัศวเหม" 6 ผู้บริหาร วิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง บริษัทเกตเวย์ดิเวล-ปาล์ม บีชฯ ปรับ 4 บริษัท ยกฟ้อง "สังวรณ์ ลิปตพัลลภ" กรรมการบริษัทประยูรวิศว์การช่างกับพวกรวม 5 คน

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 13 กรกฎาคม ผู้พิพากษาศาลแขวงดุสิต ซ.สีคาม ถ.นครไชยศรี ออกนั่งบัลลังก์ อ่าน คำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ 254/2547 ที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง 1.กิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี หรือ NVPSKG (ศาลมีคำสั่งไม่รับฟ้องตั้งแต่ชั้นไต่สวนมูลฟ้องโจทก์) 2.บริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง 3.นายพิษณุ ชวนะนันท์ กรรมการบริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง 4.บริษัทประยูรวิศว์ การช่าง 5.นายสังวรณ์ ลิปตพัลลภ กรรมการ บริษัทประยูรวิศว์การช่าง 6.บริษัทสี่แสง การโยธา(1979) 7.นายสิโรจน์ วงศ์สิโรจน์กุล กรรมการบริษัทสี่แสงการโยธา 8.บริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์ 9.นายนิพนธ์ โกศัยพลกุล กรรมการบริษัทกรุงธนเอนยิเนียร์ 10.บริษัท เกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์ 11.นายรอยอิศราพร ชุตาภา กรรมการบริษัทเกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์ 12.บริษัท คลองด่านมารีน แอนด์ ฟิชเชอรี่ 13.นายชาลี ชุตาภา กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ 14.นายประพาส ตีระสงกรานต์ กรรมการบริษัทคลองด่าน มารีนฯ 15.นายชยณัฐ โอสถานุเคราะห์ กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ 16.บริษัท ปาล์ม บีช ดิเวลลอปเมนท์ 17.นางบุญศรี ปิ่นขยัน กรรมการบริษัท ปาล์ม บีชฯ 18.นายกว๊อกวา โอเยง สัญชาติฮ่องกง ในฐานะผู้แทนบริษัท ปาล์ม บีชฯ และ 19.นายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย (หนีคดีตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งศาลออกหมายจับไว้อยู่แล้ว) เป็นจำเลยที่ 1-19 ในความผิดฐานฉ้อโกงการจัดซื้อที่ดิน อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ เนื้อที่รวม 1,900 ไร่ มูลค่า 1.9 พันล้านบาท เพื่อก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน แต่ที่ดินนั้นกลับเป็นกลุ่มบริษัทจัดหามาแล้ว ที่ดินนั้น เป็นคลอง ถนนสาธารณะ และป่าชายเลน และฉ้อโกงสัญญาก่อสร้างฯ มูลค่าประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งคดีนี้จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ

 

ศาลฎีกา มีคำพิพากษาแก้ ให้ จำคุกเพิ่ม นายพิษณุ ชวนะนันท์ กรรมการบริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง จำเลยที่ 3 และ นายรอยอิศราพร ชุตาภา กรรมการบริษัทเกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์ จำเลยที่ 11 คนละ 6 ปี ฐานร่วมกันฉ้อโกงการซื้อที่กว่า 1.9 พันล้านบาท และฉ้อโกงสัญญาจ้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ มูลค่า 2.3 หมื่นล้านบาท จากเดิมศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง

ส่วนนายชาลี ชุตาภา กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ จำเลยที่ 13, นายประพาส ตีระสงกรานต์ กรรมการบริษัทคลองด่านมารีนฯ ที่ 14, นายชยณัฐ โอสถานุเคราะห์ กรรมการบริษัทคลองด่าน มารีนฯ ที่ 15, นางบุญศรี ปิ่นขยัน กรรมการบริษัท ปาล์ม บีชฯ ที่ 17 และนายวัฒนา อัศวเหม อดีต รมช.มหาดไทย (หนีคดีตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งศาลออกหมายจับไว้อยู่แล้ว) ที่ 19 ให้จำคุกคนละ 3 ปี ตามศาลชั้นต้นกรณีฉ้อโกงการจัดซื้อ ที่ดิน (รวมจำคุก 7 คน) และให้ปรับ บริษัทวิจิตรภัณฑ์ก่อสร้าง จำเลยที่ 2, บริษัทเกตเวย์ดิเวลลอปเมนท์ ที่ 10 รายละ 12,000 บาท ที่ร่วมกันฉ้อโกงการซื้อที่ดิน และฉ้อโกงสัญญาจ้างก่อสร้างงานและบริษัท คลองด่าน มารีน แอนด์ ฟิชเชอรี่ ที่ 12, บริษัท ปาล์ม บีช ดิเวลลอปเมนท์ ที่ 16 รายละ 6,000 บาท ที่ร่วมกันฉ้อโกงการซื้อที่ดิน (รวมปรับ 4 แห่ง)

ซึ่งเดิมคดีนี้ ในชั้นศาลอุทธรณ์ ได้พิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหมด อย่างไรก็ดี สำหรับจำเลยที่ออกหมายจับไปแล้ว ให้ตามตัวมารับโทษตามคำพิพากษา ต่อไป

 

ขณะที่วันนี้ศาลก็ให้ออกหมายจับ นายสิโรจน์ วงศ์สิโรจน์กุล กรรมการบริษัทสี่แสงการโยธา จำเลยที่ 7 ด้วยที่วันนี้ไม่มาศาลซึ่งไม่เชื่อว่าป่วยจนมาศาลไม่ได้ และนายกว๊อกวา โอเยง สัญชาติฮ่องกง ในฐานะผู้แทนบริษัท ปาล์ม บีชฯ จำเลยที่ 18 ซึ่งได้รับหมายศาลโดยชอบแล้วไม่มา ซึ่งทั้งสองคนนี้ก็ต้องให้ออกหมายจับครบ 1 เดือนแล้วถ้ายังไม่ได้ตัวมาศาล ก็จะอ่านลับหลังในส่วนของ 2 คนนี้ ซึ่งศาลยังไม่ได้กำหนดวันนัดโดยบริษัทประยูรวิศว์การช่าง, นายสังวรณ์ ลิปตพัลลภ กรรมการบริษัทประยูรวิศว์ การช่าง, นายสิโรจน์ วงศ์สิโรจน์กุล กรรมการบริษัทสี่แสงการโยธา, บริษัท กรุงธนเอนยิเนียร์, นายนิพนธ์ โกศัยพลกุล กรรมการบริษัทกรุงธนเอนยิเนียร์จำเลยที่ 4,5,7,8,9 (ยกฟ้อง 5 คน) ศาลฎีกาพิพากษายืนยกฟ้องฐานฉ้อโกงสัญญา จ้างงาน และฉ้อโกงการซื้อขายที่ดิน เพราะไม่ได้รับเงินไปกับไม่มีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องในการกระทำผิด

โดยภายหลังอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น ในเวลา 15.30 น. บรรดาญาติจำเลยกว่า 10 คน ได้เตรียมอาหารกล่องสำหรับอาหารมื้อเย็น และยารักษาโรคประจำตัว ของจำเลยเตรียมไว้ให้กับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ เพื่อนำไปให้เมื่อจำเลยต้องเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป

 

ที่มา : แนวหน้า ฉบับวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย