อคส.เร่งสางปัญหาหมักหมม

อคส.เร่งสางปัญหาหมักหมม ปิดบัญชี 53 โครงการแทรกแซง/ลั่นปลอดเงินใต้โต๊ะ 

          ประธานบอร์ดอคส.ฟุ้งทำงาน 2 เดือนสางปัญหาที่หมักหมมได้ แม้จะไม่ทั้งหมดแต่ก็ช่วยให้อคส.ดูโปร่งใสในสายตาสังคมและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการ ย้ำองค์กรต้องปลอดคอร์รัปชันใครทำผิดโทษถึงขั้นไล่ออก  แก้มปริ อคส.มีกำไร 750 ล้านบาท แต่คงงดจ่ายโบนัสให้เป็นค่าตอบแทนชดเชย ส่วนผลสอบทุจริตข้าวถุงมีเอกชนส่อทำผิด 6 ราย

          นางจินตนา ชัยยวรรณาการ ประ ธานกรรมการ หรือประธานบอร์ด องค์ การคลังสินค้า (อคส.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" หลังเข้ามารับตำแหน่งเป็นเวลากว่า 2 เดือนว่า ปรากฏยังมีคำถามจากผู้ประกอบการโรงสีข้าวสอบถามเข้ามายังตนว่า ขณะนี้อคส.ยังมีการเรียกเก็บเงินใต้โต๊ะอยู่หรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่อยากจะฝากถึงพนักงานของอคส.ที่มีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตว่าหากมีหลักฐานและจับได้ไล่ทันว่ามีการทุจริตต่อหน้าที่จริงจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด คือให้ออกจากราชการ ดังนั้นขอให้ผู้ประกอบการมั่นใจว่าจะไม่มีการเรียกใต้โต๊ะ ซึ่งหลังจากนี้อคส.จะทำงานเชิงรุกมากขึ้นและต้องเป็นองค์กรที่ปลอดการคอร์รัปชัน 

           สำหรับการเข้ามาทำงานในอคส.ได้มีการสางปัญหาต่างๆ ไปแล้ว 5-6 เรื่อง ประกอบด้วย การคืนหลักประกันสัญญา (L/G) การเช่าโกดัง การส่งมอบข้าว หลังจากมีการตรวจสอบพบว่ามีสาเหตุ 2 ประการ คือโรงสีส่งมอบข้าวเข้าคลัง/โกดังกลางล่าช้า ทำให้มีเบี้ยปรับตามสัญญา 0.1% ต่อวัน ถือเป็นอัตราที่ค่อนข้างสูงแต่โรงสีบางแห่งกลับไม่ชำระค่าปรับ และอีกสาเหตุหนึ่งคือโรงสียังส่งมอบข้าวเข้าโกดังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งทั้ง 2 สาเหตุโรงสีจึงยังไม่พ้นภาระผูกพันตามสัญญา ทำให้ที่ผ่านมาอคส.ไม่สามารถคืนหลักประกันได้

          อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการเรียกโรงสีที่มีปัญหามาเจรจาพบว่าได้มีการคืนหลักประกันไปแล้ว 34 ราย วงเงิน 321 ล้านบาท เป็นคดีความไม่สามารถคืนหลักประกันได้ 6 ราย วงเงิน 78 ล้านบาท มีเบี้ยปรับ 45 รายวงเงิน 369 ล้านบาท และยังส่งมอบไม่เสร็จ 35 รายวงเงิน 321 ล้านบาท รวมทุกกรณีมีโรงสี 120 ราย วงเงินทั้งสิ้น 1,089 ล้านบาท ซึ่งรายที่มีค่าปรับและรายที่ยังส่งมอบข้าวไม่เสร็จหากมีการชำระค่าปรับและส่งมอบข้าวแล้วเสร็จ ทางอคส.จะเร่งดำเนินการคืนหลักประกันส่วนรายที่ไม่ชำระค่าปรับก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          "การจ่ายค่าเช่าคลัง ค่าฝากเก็บ ค่ารมยา อคส.ได้มีการปรับปรุงระบบงานให้มีความรวดเร็วขึ้นโดยการลดขั้นตอนงานที่ซ้ำซ้อนลง ส่งผลให้สามารถจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าคลัง ค่ารมยา ได้เร็วขึ้น โดย 2 เดือนที่ผ่านมาได้มีการคืนไปแล้ว 1,140 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการนำระบบสารสนเทศมาใช้ในการรายงานสต๊อกข้าวสารในโกดังกลาง หลังจากที่อคส.ไม่เคยมีระบบการรายงานปริมาณข้าวสารคงเหลือประจำวันแบบออนไลน์ ซึ่งจะช่วยบอกให้รู้ว่ามีการขายข้าวไปแล้วหรือยัง ออกใบส่งสินค้าหรือยัง ข้าวคงเหลือเท่าไหร่เป็นต้น"

          โดยขณะนี้คลังสินค้ากลางทั่วประเทศมีข้าวสารคงเหลือจากโครงการรับจำนำข้าวรวม 7 โครงการ ใน 50 จังหวัดรวม 1,420 คลัง (รวมไซโล) ซึ่งได้มีการบันทึกข้อมูลเข้าระบบแล้ว แต่ทั้งนี้เพื่อให้ความถูกต้องของข้อมูล อคส.จึงยังใช้ระบบเดิมควบคู่กันด้วย

          นอกจากนี้อคส.ยังได้เรียกเงินคืนจากลูกหนี้โครงการ จากการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลซึ่งปัจจุบันค้างอยู่จำนวนมาก จึงได้ตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามหนี้ คาดว่าในปีหน้าจะสามารถเก็บหนี้จากลูกหนี้ได้เพิ่มขึ้น 30% โดยที่ผ่านมา อคส.ได้คืนเงินรัฐบาลไปแล้ว 365 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังมีเรื่องของการปิดบัญชีโครงการแทรกแซงสินค้าเกษตรของรัฐบาลตั้งแต่ปี 2540 ที่ยังปิดบัญชีไม่ได้จำนวน 53 โครงการ อคส.ได้เร่งแก้ไขปัญหา โดยตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการติดตามเร่งรัด แก้ปัญหา รายการบัญชีคงค้าง ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลจากโครงการรับจำนำข้าวในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คาดในปี 2558 น่าจะปิดบัญชีได้อย่างน้อย 12 โครงการ

          นางจินตนายังกล่าวถึงผลการดำเนินงานของ อคส.ว่า ในปีงบประมาณ 2557 ที่ผ่านมา อคส.มีกำไรประมาณ 750 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นรายได้จากโครงการตามนโยบายรัฐบาล และจากค่าเช่าคลังสินค้า 57 ล้านบาทต่อปี ในปีนี้โบนัสพนักงานไม่น่าจะมี แต่จะมีค่าตอบแทนให้แทน ส่วนปีงบประมาณ 2558 รายได้ส่วนใหญ่จะมาจากค่าเช่าคลังสินค้า ขณะที่ธุรกิจของอคส.เองก็ยังไม่ได้เริ่มอย่างเต็มที่

          ส่วนความคืบหน้าการสอบการทุจริตข้าวถุงนั้น เบื้องต้นจะยึดหลักการชี้มูลความผิดตามคณะทำงานสอบสวนการทุจริตที่มีนายสมชาติ สร้อยทอง เป็นประธานสอบก่อนหน้านี้ ซึ่งได้มีการชี้มูลความผิดมาตั้งแต่ระดับเจ้าหน้าที่ยันผู้บริหาร รวมถึงมีเอกชนที่เข้าข่ายว่าทุจริตอีก 6 ราย

ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย