ต่อมจริยธรรมกรณีไร่ส้ม

คอลัมน์ มุมกฎหมาย: ต่อมจริยธรรมกรณีไร่ส้ม 

          สมผล ตระกูลรุ่ง

          เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวที่สังคมสนใจ มานานแล้ว คือ การที่อัยการสูงสุดสั่งฟ้องคดีพนักงานของ อสมท. บริษัท ไร่ส้ม และสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรคุยข่าวคนดัง รวมถึงพนักงานของบริษัท ไร่ส้ม ในฐานความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานรัฐ พ.ศ. 2502

          มหากาพย์ของคดีนี้ เกิดขึ้นระหว่างปี 2548 ถึง 2549  โดยบริษัท ไร่ส้ม ได้เวลาจัดรายการคุยคุ้ยข่าว จาก อสมท โดยสัญญากำหนดเรื่องการให้เวลาโฆษณากันไว้ ในระหว่างการจัดรายการ บริษัท ไร่ส้ม โฆษณาเกินกว่าระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ ซึ่งจะต้องแบ่งรายได้ส่วนที่เกินให้กับ อสมท แต่บริษัท ไร่ส้ม ไม่ได้แจ้งให้ อสมท ทราบ ผลคือ บริษัท ไร่ส้ม ได้ค่าโฆษณาไปเต็มๆ อสมท ขาดรายได้ไปเป็นเงินกว่า 138 ล้านบาท

          ถ้าข้อเท็จจริงมีเพียงเท่านี้ ก็คงจะเป็นเรื่องการผิดสัญญาในทางแพ่งที่ต้องไปฟ้องเรียกร้องเงินเท่านั้น แต่ปรากฏว่า บริษัท ไร่ส้ม ได้จ่ายเงินให้กับพนักงานของ อสมท ที่มีหน้าที่ตรวจสอบเวลาโฆษณา โดย ป.ป.ช.มีหลักฐานการจ่ายเงินกว่า 7 แสนบาท เพื่อให้พนักงานไม่รายงานการโฆษณาเกินเวลา

           แต่เรื่องแดงขึ้น โดยเมื่อปี 2549 สหภาพแรงงานวิสาหกิจของ อสมท ตรวจพบว่า บริษัท ไร่ส้ม ค้างรายได้จากการโฆษณาเป็นเงินเกือบ 100 ล้าน และ "ส่วนเกินนาที" รวมเป็นเงิน 138 ล้านบาท

          เป็นสหภาพที่ตรวจพบ ทำให้  อสมท ต้องตั้งกรรมการตรวจสอบ ได้เรียกพนักงานที่รับผิดชอบมาสอบถาม ในที่สุดเจ้าหน้าที่ยอมรับผิด

          ภายหลังจากที่ถูกจับได้ บริษัท ไร่ส้ม ยอมชำระเงินคืนให้กับ อสมท แต่ก็สายไปแล้วที่จะไม่เอาเรื่อง เป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่ยอมความไม่ได้ อสมท จะไม่เอาเรื่องก็ไม่ได้

          อสมท ได้แจ้งความตั้งแต่ปี 2550 ป.ป.ช.สรุปสำนวนส่งอัยการครั้งแรกเมื่อ ปี 2555 และในที่สุด อัยการสูงสุดก็ สั่งฟ้องคดีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

          ความผิดตามที่ถูกกล่าวหาตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดพนักงานในองค์การ หรือหน่วยงานรัฐ คือ

          มาตรา 6  ผู้ใดเป็นพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในหน้าที่ ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึงสี่หมื่นบาท หรือประหารชีวิต

          มาตรา 8  ผู้ใดเป็นพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการ เสียหายแก่องค์การ บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึงสี่หมื่นบาท

          มาตรา 11  ผู้ใดเป็นพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึงสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

          ความผิดทั้ง 3 มาตรา เป็นความผิดของผู้ที่เป็นเจ้าพนักงาน แต่บริษัท ไร่ส้ม และพิธีกรชื่อดัง เป็นเอกชน ไม่ได้เป็นเจ้าพนักงาน ทำไมต้องรับผิดตามกฎหมายนี้

          ลำพังถ้ามีแต่บริษัท ไร่ส้ม และสรยุทธ ป.ป.ช.ก็ทำอะไรไม่ได้ แต่เพราะมีพนักงานของ อสมท ร่วมกระทำความผิดด้วย ป.ป.ช. จึงมีอำนาจที่จะดำเนินคดีกับพนักงาน เจ้าหน้าที่ของรัฐได้ และแม้บริษัท ไร่ส้มกับ สรยุทธ จะมิได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่เมื่อร่วมกระทำผิด จึงเป็นความผิดในฐาน ผู้สนับสนุน ตามประมวลกฎหมายอาญา

          ยังมีอีกประเด็นที่น่าสนใจ คือการที่บริษัท ไร่ส้ม ให้เงินกับพนักงานของ  อสมท ถึงกว่า 7 แสนบาท จะมีความผิดเหมือนคนขี่รถจักรยานยนต์ให้เงินตำรวจจราจร 100 บาท หรือไม่

          กรณีจ่ายเงินตำรวจจราจร 100 บาท กับจ่ายเงินพนักงาน อสมท 7 แสนบาท ไม่ได้ต่างกันเลย เป็นความผิดฐานเดียวกัน เพียงแต่ผู้เสียหายคือ อสมท ที่ต้องไป ร้องทุกข์กล่าวโทษ และเป็นอาญาแผ่นดินที่ยังไม่ขาดอายุความ

          อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามข่าว อสมท ไปแจ้งความที่ สน.ห้วยขวางก่อน กรณีอย่างนี้แม้ว่า อสมท จะไม่ร้องทุกข์กล่าวโทษ แต่สน.ห้วยขวางก็ต้องดำเนินคดีในฐาน ความผิดติดสินบนเจ้าพนักงานต่อไป

          การทุจริตคอร์รัปชั่นในบ้านเรา เป็นยิ่งกว่ามะเร็งร้าย แม้ภาคเอกชนจะออกมาตั้งเครือข่ายภาคีต่อต้านการคอร์รัปชั่น แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผล จะเห็นได้ชัดจากกรณีนี้ เมื่อทีวีช่อง 3 เมินเฉยต่อสำนึกทางจริธรรม

          สถานการณ์วันนี้ทีวีช่อง 3 จะให้ความสำคัญกับการปราบทุจริตหรือไม่ หรือ จะต้องรอให้ถึงศาลฎีกาตัดสิน ซึ่งถ้าต้องรอถึงอย่างนั้น ผลของคำพิพากษาจะจัดการเองโดยคงไม่ต้องใช้สำนึกทางจริยธรรมแล้ว

          หรือว่า ต่อมจริยธรรมสำหรับการทำธุรกิจวันนี้ มันหายไปหมดแล้ว


โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย