บอร์ด CPALL อุ้มก่อศักดิ์ SCB ร้อน!โล่แจงแทนลูก

บอร์ด CPALL อุ้มก่อศักดิ์ SCB ร้อน!โล่แจงแทนลูก

          SCB ร้อน!โล่แจงแทนลูก

          บอร์ด CPALL อุ้มกระเตง 3 กรรมการบริหาร ก่อศักดิ์-ปิยะวัฒน์-พิทยาให้นั่งในตำแหน่งเช่นเดิม อ้างจ่ายค่าปรับก.ล.ต.และตักเตือนแล้ว ขณะที่ SCB ร้อน.! อาทิตย์ร่อนแถลงการณ์แทนลูกบลจ.ไทยพาณิชย์ อ้าง สมิทธ์บอกไม่ได้ให้ข่าวเรื่องลดการลงทุนหุ้นเครือซีพี ฟากกองทุนเตรียมนัดประชุมชี้ชะตาแผนลงทุนหุ้นกลุ่มซีพี 18 ก.พ.นี้

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (5 ก.พ.) ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ได้พิจารณากรณีกรรมการบริหาร ได้รับการเปรียบเทียบปรับจากสำนักงานก.ล.ต.คือ 1)นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ 2)นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล 3)นายพิทยา เจียรวิสัฐกุล กรณีใช้ข้อมูลภายใน (อินไซเดอร์) เพื่อซื้อหุ้นบริษัท สยาม แม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 58 ที่ผ่านมา โดยพิจารณาประกอบกับความคิดเห็นตามมติของที่ประชุมวาระพิเศษของคณะกรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 58

 

          โดยคณะกรรมการบริษัทมีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของที่ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และกรรมการอิสระ ที่บริษัทควรให้โอกาสแก่กรรมการบริหารทั้ง 3 คน มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานก.ล.ต.และเน้นไปที่การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้อีกในอนาคต โดยจะพัฒนาและปรับปรุงแนวทาง และกระบวนการ ตลอดจนการอบรมกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานบริษัทเรื่องบรรษัทภิบาล เพื่อให้เป็นตามมาตรฐานสากล และให้เกิดความเชื่อมั่นว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

          ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทเชื่อว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น โดยไม่ใช่เจตนาของบุคคลทั้ง 3 คน ดังนั้นการชำระเบี้ยปรับตามกฎเกณฑ์และบทลงโทษของสำนักงานก.ล.ต.กรณีใช้ข้อมูลภายในซื้อหุ้นบริษัท แม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO ถือเป็นบทเรียนที่สำคัญแก่บุคคลทั้ง 3 คน รวมทั้งได้กำชับและตักเตือนถึงการกระทำดังกล่าว

          โดยคณะกรรมการ ระบุว่า ได้พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบถึงผลกระทบทุกด้าน โดยไม่ได้มองข้าม หรือละเลยถึงปัญหาของการมีบรรษัทภิบาลในองค์กรแต่อย่างใด และยึดมั่นในหลักบรรษัทภิบาล ในการดำเนินธุรกิจอยู่ตลอดเวลาและไม่ยอมให้มีกรรมการหรือผู้บริหารที่มีพฤติกรรมจงใจและเจตนาละเมิดหลักธรรมาภิบาลให้อยู่ในองค์กรได้ แม้มีคุณสมบัติและประสบ การณ์ที่โดดเด่นเพียงใดก็ตาม

          นอกจากนี้คณะกรรมการได้แต่งตั้งบริษัท อีวาย คอร์ปอเรท เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านบรรษัทภิบาลจากภายนอก เป็นที่ปรึกษาแก่คณะกรรมการบรรษัทภิบาล เพื่อให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะในการพัฒนา และปรับปรุงกระบวนการกำกับดูแลกิจการ ครอบคลุมการควบคุมกำกับข้อมูลสำคัญที่จะมีผลของการล่วงรู้ข้อมูลภายในและรายงานต่อคณะกรรมการบรรษัทภิบาล

          ขณะที่ช่วงค่ำวันเดียวกัน (5 ก.พ.)  นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ได้ออกหนังสือปฏิเสธข่าวกรณีนายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมไทยพาณิชย์ ที่ให้สัมภาษณ์เรื่องเกี่ยวกับการหยุดการลงทุนหุ้นและหุ้นกู้และทยอยขายหุ้นเครือซีพี โดยนายอาทิตย์ อ้างในเอกสารแถลงการณ์ว่า SCB ได้สอบถามนายสมิทธิ์และได้รับคำยืนยันจากนายสมิทธ์ว่า ถ้อยคำดังกล่าวไม่ได้อยู่ในการแถลงข่าวหรือให้ข่าวแต่อย่างใด

          นายอาทิตย์ ระบุเพิ่มเติมว่า กลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์มีความสัมพันธ์ที่ดีมาอย่างยาวนานกับกลุ่มบริษัทในเครือซีพี โดยมีความร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในการสนับสนุนการลงทุนและการขายธุรกิจของกลุ่มบริษัทในเครือซีพีมาโดยตลอด ทั้งปัจจุบันและตลอดไป

          กองทุนนัดถกท่าทีลงทุนหุ้นกลุ่มซีพี

          ดร.บัณฑิต นิจถาวร กรรมการผู้อำนวยการ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) กล่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการ CPALL ไม่ได้ดำเนินการใดเพิ่มเติมกับผู้บริหารทั้ง 3 คนว่า รู้สึกผิดหวังกับผลการพิจารณาของคณะกรรมการบริษัท ที่ชี้ว่าปัญหาธรรมาภิบาลและการปฏิบัติจริงตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดียังเป็นเรื่องที่ท้าทาย และไม่สามารถวางใจได้แม้ในบริษัทจดทะเบียนชั้นนำของประเทศ

          “ทุกภาคส่วนต้องมีบทบาทมากขึ้นในการผลักดันการกำกับดูแลกิจการที่ดีให้เกิดขึ้นจริง ทั้งแก้ไขกฎหมายและวิธีปฏิบัติในการลงโทษให้ผู้ที่กระทำความผิดลักษณะนี้ขาดคุณสมบัติการเป็นกรรมการบริษัทจดทะเบียน ไม่ให้สามารถเป็นกรรมการบริษัทจดทะเบียนได้อีกต่อไป

          นอกจากนี้ ต้องให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลการทำความผิดของกรรมการและโทษที่ได้รับในรายงานประจำปี เพื่อให้นักลงทุนทราบถึงพฤติกรรมและจริยธรรมของผู้ที่บริษัทเลือกเข้ามาเป็นกรรมการ สำหรับบทบาทกรรมการอิสระต้องหาวิธีให้ทำหน้าที่อย่างเหมาะสมในการดูแลผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นรายย่อย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ สิ่งเหล่านี้ควรต้องดำเนินการจริงจัง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับการทำธุรกิจในประเทศ

          นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมบัวหลวง และในฐานะนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน กล่าวก่อนผลการประชุมบอร์ด  CPALL จะออกมาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า จากปัญหาเรื่องธรรมาภิบาล CPALL อาจทำให้การออกหุ้นกู้ CPALL และการเพิ่มทุนของ TRUE จะได้รับผลกระทบดังกล่าวไปด้วย เนื่องจากนักลงทุนสถาบัน รวมถึงนักลงทุนอื่นๆ ขาดความเชื่อมั่นในตัวของบริษัท

          ทั้งนี้สมาคมบลจ.ไม่ได้มีแอคชั่นว่า ห้ามลงทุน แต่เป็นจริยธรรมในการลงทุนของแต่ละบลจ.ว่า ควรลงทุนหรือไม่ แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่าขณะนี้ไม่มีกองทุนใดลงทุนทั้งใน CPALL รวมถึงหุ้นตัวอื่นในกลุ่ม CP เพราะปัญหาเรื่องธรรมาภิบาลของบริษัทที่ยังไม่ได้รับความชัดเจนออกมา

          “ถ้าผลการประชุมบอร์ดออกมาแล้วยังให้นายก่อศักดิ์ดำรงตำแหน่งอยู่นั้น จะทำให้ความไม่เชื่อมั่นในตัวบริษัทเพิ่มขึ้น และกระทบแผนการระดมทุนของ CPALL เอง ที่จะออกหุ้นกู้ รวมไปถึงแผนการระดมทุนของบริษัทอื่นๆ ในกลุ่มซีพี อย่างเช่นการเพิ่มทุนของ TRUE อาจมีผลกระทบไปด้วย ที่ถามไป เพราะปรารถนาดี และมีความเป็นห่วงในเรื่องธรรมาภิบาลของบริษัท อยากให้ทุกๆ บริษัทมีการดำเนินงานเป็นไปตามกติกา มีผลต่อความเชื่อมั่นในการลงทุน

          นางสาวศิริพรรณ สุทธาโรจน์ กรรมการผู้จัดการ สายการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่ากรณีหุ้น CPALL ที่มีปัญหาอยู่นั้น ขณะนี้กองทุนไม่มีการเพิ่มน้ำหนักหรืออลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นดังกล่าว ที่มีค้างอยู่ในพอร์ต เนื่องจากฝ่ายลงทุนได้มีการปรับลดสัดส่วนการถือครองหุ้นดังกล่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับเงื่อนไขการลงทุนของบริษัทที่ถูกต้องและรอดูท่าทีให้ชัดเจนอีกครั้งโดยยึดหลักตามสมาคมบลจ.เป็นหลัก

          นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์กรุงไทย จำกัด (KTAM) กล่าวว่า กรณีหุ้น CPALL ที่มีประ เด็นปัญหาในขณะนี้ บริษัทขอชี้แจงว่า บริษัทได้มีการหยุดการลงทุนในหุ้นดังกล่าว ไปตั้งแต่ความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับธรรมาภิบาลของ CPALL ที่เกิดขึ้นแล้ว คือ ช่วงหลังจากนายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ผู้บริหารระดับสูง CPALL ยินยอมเข้ารับการเทียบปรับจากการอาศัยข้อมูลภายในการซื้อหุ้น MAKRO

          ส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์อื่นของกลุ่มซีพี บริษัทยังคงยึดหลักธรรมาภิบาลเช่นเดียวกัน หากตรวจสอบแล้วพบว่าผู้บริหารที่กระทำผิดของซีพี ออลล์ ทั้งสามคนได้มีการเข้าไปนั้งในตำแหน่งกรรมการบริษัทในเครือซีพีนอกเหนือจากบริษัทซีพี ออลล์ แล้ว ทาง บลจ.กรุงไทยคงต้องใช้มาตรการเดียวกับ CPALL

          อย่างไรก็ตามจากผลการตรวจสอบอย่างละเอียด บริษัทในเครือซีพี ที่ไม่ใช่ซีพีออลล์ ไม่พบผู้บริหารที่กระทำผิดทั้ง 3 คน เข้ามานั่งในตำแหน่งใดเลย ดังนั้น บลจ.กรุงไทยไม่จำเป็นต้องหยุดการลงทุน เนื่องจากบริษัทโฟกัสเฉพาะในหลักทรัพย์ที่เข้าข่ายผิดเงื่อนไขด้านธรรมาภิบาลของกองทุนเป็นหลัก สำหรับผลการประชุมของคณะกรรมการ CPALL เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 59 ที่ผ่านมา บลจ.กรุงไทย จะมีการหารือร่วมกับสมาชิกและสมาคมบริษัทจัดการกองทุน ถึงประเด็นดังกล่าว รวมถึงแนวทางการจัดการหุ้น CPALL พร้อมแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นวันที่ 18 ก.พ. 59 นี้

          “บริษัทชัดเจนในเรื่องของการลงทุนที่สอดคล้องกับธรรมาภิบาล ทำให้บริษัทจำเป็นต้องหยุดการลงทุนในหุ้น CPALL ในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ก.ล.ต.สั่งเปรียบเทียบปรับผู้บริหารที่กระทำผิด ส่วนหุ้นในเครือซีพีนั้น บริษัทขอโฟกัสเป็นรายตัวไป หากพบว่าหลักทรัพย์ใดมีผู้กระทำผิดเข้าไปมีบทบาท หรือนั่งเป็นกรรมการบริษัทนั้นๆ บลจ.กรุงไทย ต้องใช้มาตรการเดียวกับหุ้น CPALL แต่พอตรวจสอบกลับไปไม่พบรายชื่อในบอร์ดบริษัทในกลุ่มซีพี ยกเว้นแต่ซีพีออลล์ ทำให้บริษัทโฟกัสเพียงแค่หุ้น CPALL ตัวเดียวเท่านั้นนางชวินดา กล่าว

 

ที่มา : ข่าวหุ้น ฉบับวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย