ฟ้องเพิ่ม'บุญทรง-กลุ่มเอกชน'ชดใช้เสียหายระบายข้าว

ฟ้องเพิ่ม'บุญทรง-กลุ่มเอกชน'ชดใช้เสียหายระบายข้าว

10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

          กระทรวงพาณิชย์ ส่งสำนวนคดีเอาผิดทางแพ่งเอกชน 15 ราย เรียกค่าเสียหายกว่า 1.8 หมื่นล้าน ระบายข้าวโครงการจำนำข้าวถึงมืออัยการแล้ว ด้านอัยการเตรียมยื่นคำร้องเพิ่มเติมคดีอาญา "บุญทรง-กลุ่มเอกชน" ชดใช้ค่าเสียหายคืน ก่อนนัดไต่สวนพยาน 2 มี.ค. ด้าน"อานันท์"ชี้ ร่าง รธน. ยังต้องปรับอีกมาก "สุวัจน์"แนะ กรธ.-ฝ่ายการเมืองร่วมมือกัน

 

          การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งกับกลุ่มเอกชนในโครงการระบายข้าวของโครงการรับจำนำข้าวนั้น ล่าสุดแหล่งข่าวสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า การพิจารณาสำนวนเอกสารหลักฐานของกระทรวงพาณิชย์ ที่สรุปค่าเสียหายทางแพ่งให้เอกชนต้องรับผิดชอบค่าเสียหายการระบายข้าวในโครงการจำนำข้าวกว่า 1.8 หมื่นล้านบาทว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อัยการได้รับสำนวนเอกสารหลักฐานจากกระทรวงพาณิชย์และอัยการได้ประชุมหารือ 2 ครั้งแล้ว

          สรุปว่ากลุ่มเอกชนดังกล่าวที่กระทรวงพาณิชย์สรุปมา 15 ราย เป็นกลุ่มเดียวกับที่อัยการสูงสุดได้ยื่นฟ้องแล้วในสำนวนคดีอาญาหมายเลขดำ อม.25/2558 ที่มี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว กับอดีตนักการเมือง 3 ราย ข้าราชการการเมือง 3 ราย และเอกชนที่เป็นนิติบุคคลกับกรรมการผู้มีอำนาจ 15 ราย รวมจำเลย 21 ราย

          ดังนั้นอัยการจะยื่นเป็นคำร้องเพิ่มเติมต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอให้เอกชนทั้ง 15 ราย คือ จำเลยที่ 7-21 ในคดีหมายเลขดำ อม.25/2558 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งเพิ่มเติม เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาสั่งเอกชนชดใช้ต่อกระทรวงพาณิชย์ ผู้เสียหาย โดยกระทรวงพาณิชย์มอบอำนาจให้อัยการสูงสุดเป็นผู้แทนดำเนินการทางกฎหมาย

          ขณะที่การยื่นคำร้องเพิ่มเติมทางแพ่ง ในส่วนการชดใช้ค่าเสียหาย คาดว่าจะดำเนินการ ก่อนที่จะถึงวันนัดไต่สวนพยานครั้งแรกในคดีที่ยื่นฟ้อง นายบุญทรง กับพวกเอกชน ส่วนการพิจารณาค่าเสียหายกับกลุ่มข้าราชการนั้น แยกเป็นคนละส่วนกัน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะออกคำสั่งเป็นลักษณะคำสั่งทางปกครองให้ข้าราชการที่กระทำผิดชดใช้ค่าเสียหาย หากไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง คดีจะเข้าสู่การพิจารณาของศาลปกครอง

          ส่วนที่มีกระแสวิจารณ์ในสื่อโซเชียล ว่าการฟ้องเรียกค่าเสียหายจะหมดอายุความภายในวันที่ 29 ก.พ.นั้น ไม่เป็นความจริง เพราะลักษณะคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา อายุความนานกว่า 10 ปี ดังนั้นการยื่นคำร้องทางแพ่งให้ชดใช้ค่าเสียหายยังทันเวลาแน่นอน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีอาญาทุจริตและฮั้วประมูลการระบายข้าว อัยการสูงสุดยื่นฟ้องนายบุญทรง กับพวกรวม 21 ราย ในหลายกระทง ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิต และอัยการสูงสุดยังขอให้ศาลสั่งปรับจำเลยทั้งหมด เป็นเงิน 35,274,611,007 บาท ที่คิดคำนวณจากมูลค่าครึ่งหนึ่งตามสัญญาระบายข้าว 50,000 ตัน ที่พบว่ามีการกระทำผิดสัญญา 4 ใน 8 ฉบับด้วย โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กำหนดนัดไต่สวนพยานครั้งแรกในวันที่ 2 มี.ค.นี้

          ส่วนจำเลยที่ 7-21 คดีทุจริตการระบายข้าว ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามในบริษัท และนิติบุคคล 15 ราย ประกอบด้วย นายสมคิด เอื้อนสุภา จำเลยที่ 7,  นายรัฐนิธ โสจิระกุล จำเลยที่ 8, นายลิตร พอใจ จำเลยที่ 9, บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด จำเลยที่ 10,  น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง จำเลยที่ 11, น.ส.เรืองวัน เลิศศลารักษ์ จำเลยที่ 12, น.ส.สุทธิดา หรือสุธิดา ผลดีหรือจันทะเอ จำเลยที่ 13,  นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง จันทร์สกุลพร จำเลยที่ 14 นายนิมล หรือโจ รักดี จำเลยที่ 15,  นายสุธี เชื่อมไธสง จำเลยที่ 16,  นางสุนีย์ จันทร์สกุลพร จำเลยที่ 17,  นายกฤษณะ สุระมนต์ จำเลยที่ 18,  นายสมยศ คุณจักร จำเลยที่ 19,  บริษัท กีธา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด หรือบริษัท สิราลัย จำกัด จำเลยที่ 20 และน.ส.ธันยพร จันทร์สกุลพร จำเลยที่ 21

          "คลัง"สรุปผลสอบเรียกแพ่ง"ยิ่งลักษณ์"

          ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการรายงานผลการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงการคลัง เพื่อดำเนินการเอาผิดทางแพ่ง นางสาวยิ่งลักษณ์ ในโครงการรับจำนำข้าว ว่า ผลการตรวจสอบของคณะกรรมการชุดดังกล่าวแล้วเสร็จ ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.2558 และได้แจ้งให้มาตั้งแต่ต้นว่าเมื่อสอบเสร็จแล้วจะขอเวลารวบรวมพยานหลักฐาน 1 เดือน เพื่อพิจารณาว่าพยานคนใดน่าเชื่อหรือไม่น่าเชื่อถือ โดยไม่ใช่การสอบพยานเพิ่มเติม หากพยานคนใดมีปัญหาหรือยังขาดข้อมูลอยู่ก็จะทำความเห็นเสนอมาให้รมว.คลังพิจารณา ทั้งนี้เข้าใจว่าขณะนี้ ทางคณะกรรมการฯได้ส่งผลการตรวจสอบให้รมว.คลัง พิจารณาในรายละเอียดก่อนที่จะลงนาม จากนั้นรมว.คลัง จะทำความเห็นและเสนอมาให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาก่อนลงนาม หากรมว.คลังและนายกฯ เห็นตรงกันก็จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการรับผิดในทางละเมิด ที่มีอธิบดีกรมบัญชีกลางพิจารณาต่อไป.

 

 

ที่มา : -กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย