นิด้าโพล เผยผลสำรวจความคิดเห็นการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน

 

นิด้าโพล เผยผลสำรวจความคิดเห็นการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน

15 กุมภาพันธ์ 2559


 

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน  เรื่อง การป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันทำการสำรวจระหว่างวันที่ 8 – 9 กุมภาพันธ์ 2559 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป ทั่วประเทศ กระจายทุกระดับการศึกษาและอาชีพ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการกำหนดกลไกการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันของนักการเมืองทุกระดับลงในร่างรัฐธรรมนูญ การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ นิด้าโพลด้วยความน่าจะเป็นแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified  Random  Sampling) โดยแบ่งภูมิภาคออกเป็น 5 ภูมิภาค จากนั้นในแต่ละภาคสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ (tematic Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ ร้อยละ 95.0 และมีค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐาน (Standard Error: S.E.)  ไม่เกิน 1.4

 

            จากการสำรวจ เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการกำหนดในรัฐธรรมนูญว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนใดทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและไม่เป็นธรรม ควรตัดสิทธิการลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิตพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 82.88 ระบุว่า เห็นด้วย รองลงมา ร้อยละ 13.20 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 2.40 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ เห็นด้วยในการตัดสิทธิการลงรับสมัครรับเลือกตั้ง แต่ควรตัดสิทธิเป็นระยะเวลา 3 – 10 ปี ขึ้นอยู่กับเจตนาและความร้ายแรง และร้อยละ 1.52 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

            ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อการกำหนดในรัฐธรรมนูญว่า รัฐมนตรีคนใดที่ศาลตัดสินว่ามีความผิด ให้จำคุกหรือให้รอลงอาญา (เว้นแต่คดีเล็กน้อย) ต้องให้พ้นจากตำแหน่งทันที ไม่ต้องรอศาลสุดท้าย (ชั้นศาลฎีกา)พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 87.68 ระบุว่า เห็นด้วย รองลงมา ร้อยละ 10.64 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 0.32 ระบุว่าอื่น ๆ ได้แก่ ไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมการตัดสินของศาล และร้อยละ 1.36 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

            สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อการกำหนดในรัฐธรรมนูญว่า ผู้ที่ถูกศาลตัดสินว่าผิดเพราะทำการทุจริตต่อหน้าที่หรือร่ำรวยผิดปกติ ควรถูกห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิตพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 86.00 ระบุว่า เห็นด้วย รองลงมา ร้อยละ 12.24  ระบุว่า ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 0.80 ระบุว่าอื่น ๆ ได้แก่ ควรตัดสิทธิการลงรับสมัครเป็นระยะเวลา 3 – 10 ปี และร้อยละ 0.96 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

            เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการกำหนดในรัฐธรรมนูญว่า ส.ส. หรือ ส.ว. คนใดหรือกลุ่มใดแปรญัตติ นำงบประมาณไปใช้เพื่อประโยชน์ทั้งทางตรง และทางอ้อมแก่ตนเองและพวกพ้องต้องพ้นจากตำแหน่ง และถูกตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งในทุกระดับตลอดไปพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 92.72 ระบุว่า เห็นด้วย รองลงมา ร้อยละ 6.40 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย และร้อยละ 0.88 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

            ด้านความคิดเห็นของประชาชนต่อการกำหนดในรัฐธรรมนูญว่า รัฐมนตรีคนใดมีคำสั่งให้จัดทำแผนงานโครงการ อันเป็นการนำงบประมาณไปใช้เพื่อประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและพวกพ้องรัฐมนตรีผู้นั้นต้องพ้นจากตำแหน่งและต้องคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 92.48 ระบุว่า เห็นด้วย รองลงมา ร้อยละ 5.20 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 0.32 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนร่วมอย่างแท้จริงหรือไม่ และหากมีความผิดจริงควรลงโทษโดยให้พ้นจากตำแหน่งเพียงอย่างเดียว และร้อยละ 2.00 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

 

            ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการกำหนดในรัฐธรรมนูญว่า ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐผู้ใดไม่ได้คัดค้านเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคำสั่งของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้จัดทำแผนงานโครงการอันเป็นการนำงบประมาณไปใช้เพื่อประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและพวกพ้องข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐผู้นั้น ต้องถูกลงโทษทางวินัยและต้องคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 84.00 ระบุว่า เห็นด้วย รองลงมา ร้อยละ 12.00 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 0.56 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ควรพิจารณาตามความผิด และหากมีความผิดจริงควรถูกลงโทษทางวินัยเพียงอย่างเดียวโดยไม่ต้องคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย และร้อยละ 3.44 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ 

 

ที่มา :  ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล)

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย