คุก 5 ปีปลัดอบต.ไผ่ขอดอนปกปิดประกวดราคาจ้างเหมา/ศาลฎีกาพิพากษาถึงที่สุด

คุก 5 ปีปลัดอบต.ไผ่ขอดอนปกปิดประกวดราคาจ้างเหมา/ศาลฎีกาพิพากษาถึงที่สุด

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559


 

          ป.ป.ช.: นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.รับทราบผลการดำเนินคดีกับ พ.จ.อ.ประทีป ศิริมงคล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดอบต. ไผ่ขอดอน อ.เมือง จ.พิษณุโลก ทั้งนี้ สืบเนื่องจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับเรื่องกล่าวหาร้องเรียนพ.จ.อ.ประทีป ว่าปกปิดข่าวสารการประกวดราคาจ้างเหมาตามโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว (ปรับปรุงแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว) ต่อมาเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2553 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติชี้มูลความผิดพ.จ.อ.ประทีป และให้ส่งรายงานเอกสาร และความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาโทษทางวินัย และไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษา

 

          นายสรรเสริญ กล่าวต่อว่า ต่อมาอัยการสูงสุด ให้พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก ยื่นฟ้อง พ.จ.อ.ประทีป ต่อศาลจังหวัดพิษณุโลก และเมื่อวันที่ 27 ก.ย.2554 ศาลจังหวัดพิษณุโลกได้พิพากษาว่าพ.จ.อ.ประทีป เป็นจำเลย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและมาตรา 161 ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร กรอกข้อความลงในเอกสาร หรือดูแลรักษาเอกสาร กระทำ

          การปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น และมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือกระทำการใดๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคากันอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ และความผิดตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 มาตรา 6021 และมาตรา 65 วรรคหนึ่ง การกระทำเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษจำคุก 5 ปี ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90

 

          "จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานกระทำการปลอมเอกสาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ จำเลย ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยให้ยกฟ้องเฉพาะข้อหาเป็นเจ้าพนักงานกระทำการปลอมเอกสาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นคือให้ลงโทษจำคุก 5 ปี คดีถึงที่สุด" นายสรรเสริญ กล่าว

 

ที่มา : สยามรัฐ ฉบับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย