อผศ.ตั้งกก.สอบหัวคิวงาบคูคลองปปช.ลุยไฟกทม.

อผศ.ตั้งกก.สอบหัวคิวงาบคูคลองปปช.ลุยไฟกทม. 

         พิมพ์ไทยออนไลน์รายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.)พล.อ.รณชัย มัญชุสุนทรกุล ผอ.อผศ แถลงข่าวถึงข้อเท็จจริงที่มีหลายฝ่ายออกมาเปิดเผยข้อมูลว่าอผศ.เรียกรับผลประโยชน์และเก็บค่าหัวคิวโครงการขุดลอกคูคลอง ว่า โครงการดังกล่าวมีหน่วยเจ้าของโครงการมอบหมายให้อผศ.เป็นผู้ดำเนินการต่อ ทั้งนี้ตนในฐานะผอ.อผศ. ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงได้กำลังดำเนินการติดตามข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวเพื่อตอบสังคมให้ได้ แต่บางเรื่องต้องไปหาข้อมูลสอบสวน ส่วนงบประมาณที่ได้รับที่มีหลายคนสงสัยว่าทำไมต้องหางบประมาณเพิ่มเติมนั้น ตนชี้แจงว่าทางอผศ.ได้รับงบประมาณจะรัฐบาล ผ่านกระทรวงกลาโหมเพียงส่วนเดียวเท่านั้น ซึ่งมีจำนวนไม่เพียงพอที่ต้องดูแลทหารผ่านศึกทั่วประเทศ จึงทำให้ต้องหาประโยชน์ที่ต้องปฏิบัติตามระเรียบ และตามพ.ร.บ.องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก พ.ศ.2510 โดยมีฝ่ายกิจการพิเศษ เพื่อรองรับความช่วยเหลือทหารผ่านศึก ซึ่งทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

 

          พล.อ.รณชัย กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการขุดลอกคูคลองนั้น ตนอยากชี้แจงว่าจะมีคณะกรรมการพิจารณาสิทธิพิเศษดำเนินการอนุมัติตั้งแต่ปีพ.ศ.2556 และที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก็มีมติรับทราบในปี 2557 โดยให้อผศ.ได้รับสิทธิพิเศษปรับปรุงพัฒนาแหล่งน้ำให้กับหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจที่มีความประสงค์ให้ อผศ.ดำเนินการส่วนขั้นตอนการดำเนินการนั้น เราเป็นหน่วยงานรับจ้างทำ ไม่ใช่เจ้าของโครงการ อย่างเช่น กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มอบหมายให้อผศ.ดำเนินการ โดยมีทีมงานลงพื้นที่สำรวจว่าสามารถทำได้หรือไม่ รวมถึงการเสนอราคา จากนั้นทางเจ้าของโครงการก็จะพิจารณาว่าจะรับในราคานี้หรือไม่ และทำสัญญาต่อไป

          พล.อ.รณชัย กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องเครื่องจักรและเครื่องมือที่ อผศ. ต้องเช่าของบริษัทเอกชนนั้นตนขอชี้แจงว่าทางหน่วยงานเรามีเครื่องจักรเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น หากเป็นงานเร่งด่วนคงต้องใช้เครื่องจักรมีประสิทธิภาพสูง ซึ่งขอย้ำว่าเราดำเนินการตามขั้นตอนที่สอดคล้องกับงานที่ทำพร้อมทั้งมีหลักฐานชัดเจน ถ้าปีนี้มีงบประมาณเข้ามาเพิ่มเติมก็จะดำเนินการจัดซื้อเครื่องจักรเพิ่มอย่างไรก็ตามงานทั้งหมดที่ทำหากเราทำไม่ดีเข้าของโครงการคงจะไม่รับ เพราะจะมีการตรวจรับงานส่งมอบเสมอ

          "งบประมาณที่ได้มากับงานที่เราได้ทำ จะต้องดูที่ผลสัมฤทธิ์สุดท้ายว่างานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ หรือไม่ ซึ่งเราทำตามแผนงานทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบ กฎเกณฑ์ทั้งหมด ขณะนี้ก็เริ่มส่งมอบงานเป็นบางส่วนแล้ว ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาโดยเจ้าของโครงการ และประชาชนในพื้นที่ก็พอใจและผมพร้อมให้สื่อลงพื้นที่สำรวจพื้นที่ที่มีปัญหานี่ไม่ใช่การแก้ตัว เพียงแต่อยากให้รับทราบข้อเท็จจริงว่าการทำงานของเราเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องโปร่งใส ซื่อสัตย์ สุจริต และตรวจสอบทุกได้อย่าง ดังนั้นผมอยากขอความเห็นใจให้ อผศ.เพราะสิ่งที่เราทำ สะสมมาตั้งแต่ พ.ศ. 2491 จนถึงวันนี้ก็สร้างความดีให้ประเทศชาติ ฉะนั้นขอความเป็นธรรมให้เราด้วยิ พล.อ.รณชัย กล่าว และว่า สำหรับเรื่องหักค่าคิว ได้ตั้งคณะกรรมการหนึ่งชุดโดยมีตนเป็นประธาน มีพล.ท.สวัสดิ์ ทัศนา รองผอ.อผศ. และนายชูวิทย์ เพ็ชรล้ำ ผู้ช่วย ผอ.อผศ.ฝ่ายกิจการพิเศษ เป็นรองคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งเรื่องนี้ต้องใช้เวลา และต้องดูข้อเท็จจริง หากใครมีข้อมูลก็สามารถส่งมาได้ทั้งทางลับ เพื่อให้การตรวจสอบง่ายขึ้น และเสร็จสิ้นโดยเร็ว ถ้าเป็นไปได้อยากให้สิ้นสุดภายในเดือนนี้ และก็พร้อมให้สำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)เข้ามาตรวจสอบด้วย

          เมื่อถามว่า มีข่าวมีบริษัทเอกชนรับช่วงต่อจากอผศ.จริงหรือไม่ ผอ.อผศ. กล่าวว่า ตนยืนยันว่าไม่มีการรับช่วงต่อ มีแต่การเช้าเครื่องจักรมาทำส่วนเรื่องที่ จ.สงขลา ขณะนี้เรียบร้อยแล้ว เพราะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน อผศ.ไม่มีการหักค่าหัวคิว

          เมื่อถามว่าเหตุใดจึงมีการอ้างชื่อพล.อ.ประวิตรในโครงการดังกล่าว พล.อ.รณชัย กล่าวว่า ตนก็ไม่ทราบ และก็รู้มาจากสื่อ ซึ่งบางคนไม่เข้าใจอำนาจหน้าที่ภายในองค์กรเรา ผมย้ำว่าพล.อ.ประวิตรไม่ได้เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน จากนี้ตนจะให้ทีมงานดำเนินการตรวจสอบว่าใครบ้างที่อ้างชื่อพล.อ.ประวิตร หรือใครบ้างที่ไปรับค่าหัวคิวทั้งนี้การบริหารงานของอผศ.ทั้งหมดเป็นหน้าที่ของผอ.อผศ. ส่วนผู้วางกรอบนโยบายคือ สภา อผศ.ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ในฐานะนายกฯสภาอผศ. ซึ่งการดำเนินงานต่างจะมีคณะกรรมการ หรือบอร์ดร่วมกันพิจารณาทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายกิจการพิเศษ และผอ.อผศ.จะทำคนเดียวไม่ได้

          ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าระหว่างการตรวจสอบจำเป็นต้องระงับโครงการ ที่ถูกร้องเรียนหรือไม่พล.อ.รณชัย กล่าวว่า งานของโครงการเป็นไปตามกรอบเวลา เพราะเรารับจ้างทำถ้าช้าและไม่สำเร็จก็จะถูกปรับตามสัญญา

          เมื่อถามอีกว่า หากมีข้อมูลที่ได้รับผิดปกติจะดำเนินการอย่างไร พล.อ.รณชัย กล่าว ถ้าคนของอผศ.ทำผิด ตนจะไม่เอาไว้ และจะไม่เลี้ยงลูกน้องแบบนี้ ถ้าเป็นทหาร ใครผิดต้องว่าไปตามผิดตั้งแต่เบาไปหาหนัก จนถึงขั้นออกจากราชการ หากเป็นคนนอกก็ไม่ต้องมาสังคกรรมกับเรา อย่างไรก็ตามตนคิดว่าลูกน้องของตนตั้งใจทำงาน และไม่มีนิสัยแบบนั้น

          เมื่อถามว่าประเด็นนี้จะเกี่ยวข้องกับการ เมืองหรือไม่ เพราะผอ.อผศ.เป็นนายทหารใกล้ชิดพล.อ.ประวิตร พล.อ.รณชัย กล่าวว่า ผมไม่อยากให้โยงไปที่ท่าน เพราะไม่เกี่ยวข้องกับท่านเลยิ

          พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงการแอบอ้างชื่อพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม เรียกค่าหัวคิวในโครงการขุดลอกคูคลองของอผส.ว่า เลขาธิการป.ป.ช.จะมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงในประเด็นต่างๆ เพื่อนำมาพิจารณาว่ามีมูลหรือไม่ หากมีมูลก็จะสามารถดำเนินการตรวจสอบได้ โดยในส่วนขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ออยู่ในขอบข่ายของคณะไต่สวนภาครัฐ 1  โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องมีผู้ร้องเรียน เช่นเดียวกับในกรณีของการติดตั้งไฟแอลอีดีประดับลานคนเมืองมูลค่า 39 ล้านบาทของกทม.

          นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวถึงการตรวจสอบโครงการติดตั้งไฟแอลอีดีประดับลานคนเมืองของกทม. มูลค่า 39 ล้านบาทว่าป.ป.ช.ได้ส่งทีมงานไปเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล แต่จะยังไม่เชิญม.ร.ว.สุขุมพันธุ์บริพัตร์ ผู้ว่าฯกทม.

 

          โดยเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่คณะกรรมการป.ป.ช.ให้ความสำคัญ คงต้องเร่งดำเนินการและแจ้งผลให้คณะกรรมการป.ป.ช.ทราบโดยเร็วว่ามีเรื่องความไม่ชอบมาพากลหรือไม่ ซึ่งปกติในขั้นตอนแสวงหาข้อเท็จจริงนี้จะใช้เวลาประมาณ 90 -120 วัน จึงต้องดูว่าผลการแสวงหาข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

 

ที่มา : พิมพ์ไทย ฉบับวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย