ราชกิจจาฯเผยคำสั่งไล่ออก ‘สาธิต รังคสิริ ’ อดีตอธิบดีสรรพากร โกงแวต4พันล้าน

ราชกิจจาฯเผยคำสั่งไล่ออก สาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีสรรพากร โกงแวต4พันล้าน

17 กุมภาพันธ์ 2559


 

                มติชนออนไลน์รายงานว่า  เมื่อวันที่ 16 ก.พ. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ข้าราชการพลเรือนพ้นจากตําแหน่ง

ด้วยกระทรวงการคลังได้มีคําสั่งลงโทษไล่ นายสาธิต รังคสิริ ข้าราชการพลเรือนสามัญตําแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สํานักงานปลัดกระทรวง ออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2559 และได้นําความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พ้นจากตําแหน่งต่อไปแล้ว

 

บัดนี้ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากตําแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลัง ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2559 ประกาศ ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

อนึ่ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้พิจารณาสำนวนและรายงานการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีกล่าวหานายศุภกิจ ริยะการ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสรรพากรพื้นที่ กทม. เขต 22 และนายสาธิต รังคสิริ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร กรณีถูกกล่าวหาทุจริตคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเท็จ ทั้งนี้ มีพยานหลักฐานว่าการกระทำของนายศุภกิจ ที่ยุติการตรวจสภาพกิจการของบริษัทไม่พิจารณาตามจริง แต่มีการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทเท็จรวม 25 บริษัท เพื่อประโยชน์ของนายสาธิต และปรากฏว่าเงินที่บริษัทขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้นั้น มีการนำไปซื้อทองคำแท่งมูลค่า 179 ล้านบาท ที่นายสาธิตเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในทองคำดังกล่าว

ขณะที่นายสาธิต มีการเร่งรัดให้คืนภาษีให้บริษัทเท็จ และระงับการตรวจสอบบริษัทดังกล่าวตามแนวปฏิบัติของกรมสรรพากร เพื่อไม่ต้องการให้พบข้อเท็จจริงว่าบริษัทดังกล่าวไม่ได้ประกอบกิจการจริง ทั้งนี้จากการพิจารณาข้อเท็จจริง ป.ป.ช.จึงมีมติเอกฉันท์ว่าการกระทำของนายศุภกิจ และนายสาธิต มีความผิดทางอาญา ฐานพนักงานมีหน้าที่รักษาทรัพย์เบียดบังทรัพย์เป็นของตนโดยทุจริต อันเป็นความเสียหายแก่รัฐ และความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 151 และมาตรา 157 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

 

นอกจากนี้ ในส่วนของนายสาธิต ยังมีความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติในตำแหน่งหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามมาตรา 123/1 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ด้วย

 

 

ที่มา : มติชนออนไลน์ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย