เปิดการไต่สวนพยานโจทย์คดีจำนำข้าวนัด 2

เปิดการไต่สวนพยานโจทย์คดีจำนำข้าวนัด 2

18 กุมภาพันธ์ 2559


 

การไต่สวนพยานโจทก์จำนำข้าวนัด 2 ใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมง แน่งน้อย-สุภาให้การมัด ยิ่งลักษณ์ชัดแจ้งปล่อยปละละเลยเรื่องทำบัญชี ก่อให้เกิดช่องโหว่ใช้จ่ายเงิน อัดข้ออ้างจีดีพี/ชาวนารวยขึ้นไม่ใช่สาระ ไม่งั้นเท่ากับแต่งบัญชี อดีตรองปลัดคลังซัดไม่ใช่จำนำ แต่เข้าข่ายซื้อ-ขาย ซ้ำร้ายหมกเม็ดข้อมูล ศาลฎีกายังข้องใจเรื่องระบายข้าว เตือนคู่ความให้สัมภาษณ์สื่ออาจกระทบเรื่องประกันตัว!

 

ไทยโพสนต์ รายงานว่า เมื่อวันพุธ (17 ก.พ.) ที่ศาลฎีกาแผนคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวนพร้อมองค์คณะรวม 9 คน ได้ออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยานโจทก์นัดที่ 2 ในคดีหมายเลขดำ อม.22/2558 ที่อัยการสูงสุด (อสส.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท

โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมทีมทนายได้เดินทางมาศาลด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โดยมีอดีตรัฐมนตรี แกนนำ และอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย รวมทั้งประชาชนกว่า 30 คน มาให้กำลังใจ พร้อมให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าห้องพิจารณาคดี ถึงกรณีนายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการว่าด้วยการรับผิดทางแพ่งคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ระบุว่าโครงการรับจำนำข้าวไม่ผิด แต่ผิดที่การดำเนินการว่า ไม่รู้จะอธิบายยังไง เพราะขั้นตอนต่างๆ ขอกรุณาอย่าเหมารวมว่าการจำนำข้าวผิด เพราะตอนนี้อยู่ขั้นศาลที่ต้องพิสูจน์ต่อไป ซึ่งทีมทนายความได้เตรียมซักค้านพยายฝ่ายโจทก์และทำงานเต็มที่ในการเตรียมหลักฐานต่อสู้คดี

สำหรับการพิจารณาคดีในช่วงเช้า อัยการโจทก์ได้นำ น.ส.แน่งน้อย เจริญทวีทรัพย์ กรรมการและประธานคณะกรรมการวิชาชีพบัญชีด้านการสอบบัญชี สภาวิชาชีพบัญชี เบิกความในประเด็นหลักการทางบัญชีนานกว่า 2.30 ชั่วโมง โดยได้ระบุถึงหลักการปิดบัญชีว่า สามารถสรุปยอดได้เป็นช่วงๆ คือ 3 เดือน 6 เดือน หรือจัดทำบ่อยแค่ไหนก็ได้ แต่อย่างน้อยต้องทำภายใน 12 เดือน เพื่อให้เห็นสถานะทางการเงินของบริษัทหรือองค์กรนั้น โดยต้องทำเป็นบัญชีแบบขาคู่ที่เป็นรายการสินทรัพย์ ที่มีรายจ่ายและภาระหนี้สินตามหลักเกณฑ์ทางบัญชี แต่บัญชีภาพโครงการรับจำนำข้าวเป็นขาเดี่ยว มีเพียงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการรวบรวมข้อมูลบัญชีของแต่ละหน่วยงานเอง เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จึงทำให้ไม่ทราบยอดบัญชีที่แท้จริงทั้งหมดของโครงการ เช่น ธ.ก.ส.อาจลงบัญชีเฉพาะเงินที่จ่ายให้ชาวนา แต่ไม่ได้ลงบัญชีเงินที่รัฐบาลรับผิดชอบดูแล ซึ่งเป็นช่องโหว่ในการใช้จ่ายเงินของโครงการไม่ถูกต้อง ทำให้ไม่ทราบสถานะทางการเงินของโครงการ โดยในคณะอนุกรรมการปิดบัญชีมีอธิบดีกรมบัญชีกลางรวมอยู่ด้วย และไม่ได้คัดค้านการตรวจสอบบัญชี

ทนายจำเลยซักค้านถึงคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ตั้งกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าว โดยให้รวบรวมข้อมูลตามความเป็นจริง หมายความว่าต้องตรวจสอบข้าวทุกโกดังทุกกระสอบใช่หรือไม่ น.ส.แน่งน้อยตอบว่า ไม่ได้ตรวจสอบ แต่ใช้ชุดข้อมูลการตรวจสอบของ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ซึ่งได้ยืนยันว่าตรวจสอบไปทุกหน่วยงานแล้ว ซึ่งผู้เกี่ยวข้องในการตรวจสอบและรายงานสรุปผล รวมทั้งการบันทึกบัญชีของอนุกรรมการปิดบัญชีก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางบัญชีภายใต้ พ.ร.บ.ทางการบัญชี พ.ศ.2543 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล และเนื้อหาของ พ.ร.บ.ดังกล่าวก็มีหลักการเดียวกับมาตรฐานการตรวจสอบบัญชีของทางภาครัฐบาล โดยเริ่มจากต้นทุนการซื้อและมูลค่าคงเหลือ

เผยปูต้องสั่งสอบบัญชี

การปิดบัญชี 30 ก.ย.2557 ได้พบมูลค่าของข้าวที่เสื่อมสภาพจากสี ดีเอ็นเอ และกลิ่นของข้าวจากตัวอย่างกว่า 1,100 ตัวอย่าง คิดเป็นค่าเสื่อมสภาพเพิ่มขึ้นจากรอบการปิดบัญชีเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 มูลค่ากว่า 3.4 หมื่นล้านบาท และยังพบมีข้าวหายจากบัญชี ส่วนการปิดบัญชีแล้วไม่ได้นำข้อมูลจากกรมบัญชีกลางและผลการชี้วัดของสภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ อาทิ รายได้เกษตรกรที่สูงขึ้น และตัวเลขจีดีพีที่สูงขึ้นมาสรุปรวมด้วยนั้น เพราะการตรวจสอบบัญชีต้องใช้ตัวเลขที่เชื่อถือและจับต้องได้ ซึ่งตัวเลขจีดีพีเป็นเพียงตัวชี้วัดที่จับต้องไม่ได้ และไม่เข้าหลักการด้านบัญชี หากไม่ทำบันทึกตามหลักเกณฑ์ก็จะเป็นการทุจริตทางตัวเลขได้น.ส.แน่งน้อยกล่าว

น.ส.แน่งน้อยยังระบุอีกว่า ในความเห็นของนักวิชาการด้านบัญชี ผู้รับผิดชอบโครงการต้องเป็นผู้สั่งการให้มีตรวจสอบบัญชี รวบรวมข้อมูลด้านบัญชีของโครงการ ซึ่งไม่ใช่เรื่องการเสียภาษีอย่างเดียว แต่เป็นการแสดงสถานะทางการเงิน ส่วนการอ้างว่าโครงการยังไม่จบจึงไม่สามารถปิดบัญชีได้นั้น ไม่ถูกต้อง

เมื่อทนายซักถามว่า รายงานผลขาดทุนจากข้าวนาปีที่เสื่อมสภาพเปรียบเทียบรอบปี 2555-2556 และรอบปี 2557 มีผลขาดทุนลดลง แสดงว่าข้าวในรัฐบาลของจำเลยมีคุณภาพสูงขึ้น เพราะขาดทุนลดลง น.ส.แน่งน้อยกล่าวว่า หลักการบัญชีให้แสดงราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับว่าราคาใดต่ำกว่า การปิดบัญชีเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 และวันที่ 30 ก.ย.2557 มีระดับราคาสุทธิที่ต่างกัน และมีค่าใช้จ่ายรวมด้านอื่น ดังนั้นตัวเลขขาดทุนที่ลดลง ไม่ใช่เพราะข้าวคุณภาพสูงขึ้น แต่เป็นเพราะหลักบัญชีที่นำมาใช้และระดับราคาสุทธิที่ต่างกัน

ต่อมาเวลา 13.00 น. ศาลฎีกาได้ไต่สวน น.ส.สุภา ปิยะจิตติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ซึ่ง น.ส.สุภาเบิกความว่า เคยดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงการคลัง โดยระหว่างดำเนินโครงการกระทรวงการคลังได้ส่งหนังสือท้วงติงให้ระวังเกี่ยวกับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการนี้หลายครั้งต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งแต่ขั้นหลักการ แต่โครงการนี้ได้ผ่านมติ ครม.แล้ว กระทรวงการคลังจำเป็นต้องทำตามขั้นตอน รวมถึงการเซ็นอนุมัติโครงการที่เกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน โดยเมื่อดำเนินโครงการไปแล้วได้นำเงินจากโครงการระบายข้าวไปใช้ในการจำนำข้าวด้วย

วัตถุประสงค์หลักเมื่อได้เงินจากการระบายข้าวมาแล้วต้องนำเงินไปใช้หนี้ให้ ธ.ก.ส. ขณะที่มีการระบุว่าการใช้เงินโครงการระบายข้าวดำเนินการตามมติ ครม. แต่ไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับมติว่าใช้อำนาจใดดำเนินการ ขณะที่การปิดบัญชีเมื่อวันที่ 30 ก.ย.2557 พบตัวเลขการใช้เงิน 878,389 ล้านบาท ซึ่งการรับเงินจำนำข้าวของชาวนาอาจมีส่วนที่ชาวนารับเองโดยตรง หรือผ่านผู้แทนที่ถือใบประทวนน.ส.สุภาระบุ

น.ส.สุภายังให้การถึงการตรวจสอบทางบัญชีว่า เคยขอข้อมูลเกี่ยวกับการขายข้าวจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้รับความร่วมมือในช่วงแรก แต่ภายหลังมีการย้ายคณะทำงานยกคณะ เมื่อต้องประสานขอข้อมูลก็ได้รับการปฏิเสธอ้างว่าเป็นความลับ แต่ได้พยายามหาข้อมูลจากส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องจนได้ข้อมูลที่ครบถ้วนมาพิจารณาคำนวณความเสียหาย

ชี้ไม่ใช่จำนำแต่ซื้อขาย

ทนายความจำเลยซักถามว่า โครงการรับจำนำข้าวชาวนาได้ประโยชน์ใช่หรือไม่ น.ส.สุภากล่าวว่า การรับจำนำข้าวที่แท้จริง หลักการคล้ายโรงรับจำนำของรัฐ คือรับสินค้าไว้ในราคาเพียง 60-70% ของราคาขายในตลาด ซึ่งการจำนำข้าวที่แท้จริงต้องช่วยเหลือชาวนาที่ยากจนไม่ใช่ชาวนาที่มีฐานะ โดยหากวันใดชาวนาเห็นว่าราคาข้าวในท้องตลาดสูงขึ้นกว่าราคารับจำนำก็สามารถนำเงินมาไถ่ถอนข้าวแล้วไปขายได้ราคา ไม่ใช่ลักษณะที่รัฐบาลให้ราคา 15,000 บาท สูงกว่าราคาตลาดขาย 12,000 บาท เท่ากับราคาสูง 3,000 บาท หรือคิดเป็น 30% ซึ่งเหมือนการซื้อขายข้าวมากกว่า และถ้าเป็นลักษณะที่รัฐซื้อขายข้าวเองก็อาจผิดต่อกฎหมาย

นอกจากนี้ ทนายจำเลยยังซักถามพยานถึงการมีส่วนได้ส่วนเสียในการตรวจสอบโครงการจำนำข้าว เพราะมีการแต่งตั้งพยานเป็นรองปลัดกระทรวงการคลังในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่ง น.ส.สุภาชี้แจงว่า การแต่งตั้งเป็นไปตามขั้นตอนปกติ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างซักถาม น.ส.สุภาเกี่ยวกับประเด็นการใช้อำนาจสั่งการให้นำเงินโครงการระบายไปใช้ในโครงการจำนำข้าวด้วยนั้น ศาลยังติดใจว่ามีการใช้อำนาจใดสั่งการ จึงให้โจทก์และจำเลยนำข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวมาเสนอต่อศาลในครั้งต่อไปด้วย

ภายหลังไต่สวนพยานปากนี้เสร็จเวลา 17.00 น. ศาลได้ชี้แจงคู่ความโดยกำชับให้คู่ความระมัดระวังการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับคดี อย่าให้สัมภาษณ์ชี้นำหรือบิดเบือนที่จะมีผลต่อกระบวนพิจารณาคดี ซึ่งจะเป็นการละเมิดอำนาจ และศาลอาจพิจารณาเรื่องการประกันตัวของจำเลยหรือมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด

ภายหลังการไต่สวนเสร็จ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางกลับโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใด ขณะที่ยังมีมวลชนที่มารอตั้งแต่ตะโกนให้กำลังใจพร้อมมอบดอกกุหลาบให้จำนวนมาก ส่วนนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ กล่าวว่า ศาลกำชับเรื่องการสัมภาษณ์ ดังนั้นเรื่องทางคดีคงไม่สามารถให้ข้อมูลได้ โดยคดีนี้ศาลนัดไต่สวนพยานโจทก์อีกครั้งวันที่ 26 ก.พ.นี้ เวลา 09.30 น. ซึ่งตามบัญชีนัดมีการไต่สวนพยานรวม 3 ปาก

หากเรื่องคดีมีบุคคลอื่นที่ไม่ใช่คู่ความให้สัมภาษณ์สื่อแล้วพาดพิงหรือกระทบกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เราอาจพิจารณามาตรการทางกฎหมายอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อดำเนินการแทนการสัมภาษณ์ตอบโต้นายนรวิชญ์กล่าว

 

ทั้งนี้ ตามกำหนดการเดิมอัยการได้เตรียมพยาน 4 ปาก คือ น.ส.แน่งน้อย, น.ส.สุภา, น.ส.ศิรสา กันต์พิทยา รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง และนายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. แต่เมื่อวันที่ 17 ก.พ. สามารถไต่สวนพยานได้เพียง 2 ปากหลังจากใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมง.

 

 

ที่มา : ไทยโพสต์ออนไลน์ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559

ภาพประกอบ : http://www.oknation.net/blog

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย