สัมภาษณ์พิเศษ: ดันเกณฑ์'ซีจี'ร่วมงานรัฐ'ไอโอดี'ชงแก้คุณสมบัติบอร์ดบจ.

สัมภาษณ์พิเศษ: ดันเกณฑ์'ซีจี'ร่วมงานรัฐ'ไอโอดี'ชงแก้คุณสมบัติบอร์ดบจ.

วรินทร์ ตริโน

24 กุมภาพันธ์ 2559


 

ธรรมาภิบาลในการทำธุรกิจและการกำกับดูแลกิจที่ดี (ซีจี) เป็นประเด็นที่สังคมให้ความสำคัญมากขึ้นเป็นลำดับ ผลักดันให้องค์กรภาครัฐและเอกชนร่วมประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วมการ ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันจำนวนมาก รวมทั้งวางระบบการบริหารจัดการภายในให้มีธรรมาภิบาล นอกจากองค์กรต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และองค์กรอื่นๆที่เกี่ยวข้อง อีกหนึ่งผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องนี้คือ "สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย" หรือไอโอดี (IOD)

 

"บัณฑิต นิจถาวร" กรรมการผู้อำนวยการ ไอโอดี เปิดเผยกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ถึง ภาพรวมการดำเนินงานด้านการส่งเสริมกำกับดูแลกิจการหรือ ซีจี (CG) ในปีที่ ผ่านมาว่า อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ ขณะที่ การประเมินซีจีของบริษัทไทยรอบล่าสุด คะแนนสูงขึ้นต่อเนื่อง และสูงที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียนต่อเนื่องเป็นปีที่ 4

ด้านการต่อต้านคอร์รัปชัน มีความก้าวหน้ามาก มีบริษัทเอกชนสมัครเข้าร่วมแล้ว 552 บริษัท มากกว่าครึ่ง หรือ 319 บริษัท เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (บจ.) ในจำนวนนี้ผ่านการรับรองจากไอโอดีแล้ว 152 บริษัทเทียบกับช่วงแรกเมื่อปี 2553 มีบริษัทเข้าร่วมเพียง 27 แห่ง

แสดงถึงความพร้อมของบริษัทในประเทศมากขึ้น ที่จะแสดงตัวในเรื่องนี้ มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีแรกผลักดันจากการแข่งขันของภาคธุรกิจ ปัจจุบันการต่อต้านคอร์รัปชัน หรือเรื่องซีจี กลายเป็นปัจจัยแข่งขันทางธุรกิจ หากถูกมองว่าเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจแบบไม่มีระเบียบวินัย ให้สินบนตลอดเวลา ไม่มีใครอยากทำธุรกิจด้วย อีกทั้งมีปัจจัยแวดล้อมด้านกฎหมายในประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องซีจี ทั้งกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ที่เพิ่งมีการแก้ไขไป โดยจะเอาผิดกับนิติบุคคล ที่ให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐ แต่จะยกเว้นให้สำหรับบริษัทที่มีนโยบายป้องกันการทุจริต เมื่อมีความความคาดหวังจากภาครัฐ ผู้บริโภค รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทำให้บริษัทต่างๆ พร้อมขับเคลื่อนไปในทางนี้

 

ด้อยธรรมาภิบาลกระทบขีดแข่งขันธุรกิจ

แต่หากบริษัทใดไม่ทำ จะกระทบการทำ ธุรกิจ โดยเฉพาะกระทบกับเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งผู้ถือหุ้นรายย่อย คู่ค้า เจ้าหนี้ รวมถึงพนักงาน อีกทั้งยังกระทบกับความสามารถ การแข่งขันในธุรกิจ เพราะในอนาคตเรื่อง ธรรมาภิบาล จะถูกให้ความสำคัญมากขึ้นกระทบต่อเนื่องถึงความอยู่รอดของธุรกิจระยะยาว หากเป็นบริษัทที่ไม่มีใครเชื่อมั่น การแข่งขันสู้ ไม่ได้ ความอยู่รอดธุรกิจระยะยาวก็จะถูกกระทบ

"นี่คือ 3 เรื่องที่ทำให้เรื่องซีจีได้รับ ความสำคัญ สังคมมีการคาดหวังที่แตกต่าง จากเมื่อก่อน บริษัทต้องปรับตัวออกจากการทำธุรกิจที่ผิดกฎหมาย มาสู่แนวทางการทำธุรกิจที่จะสร้างความมั่นใจให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เราจึงเห็นตัวเลขบริษัทที่เข้าร่วมมากขึ้น โดยเฉพาะบจ. ไม่ใช่ทำเพราะเป็นสิ่งที่ดูดี หรือสร้างภาพ แต่ทำเพราะเป็นสิ่งที่สังคมคาดหวัง"

สำหรับแผนงานปีนี้ ไอโอดีจะพยายามขับเคลื่อนใน 3 ส่วน คือ ขยายจำนวนบริษัทที่ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านคอร์รัปชันให้มากขึ้น ปัจจุบันมีเข้ามาแล้ว 552 บริษัท

ดึงบริษัทในกลุ่มธุรกิจที่สำรวจแล้วว่า เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีภาพลักษณ์ความเสี่ยงเรื่องคอร์รัปชันมากกว่ากลุ่มอื่นๆ

ดันซีจี-ต้านคอร์รัปชันเกณฑ์ร่วมงานรัฐ

"ในอนาคตตัวที่เรารับรองให้ อาจจะมีการนำไปใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาการรับงานของภาครัฐ แม้จะไม่ถึงขั้นระบุไว้ในกฎหมาย แต่รัฐบาลสามารถระบุคุณสมบัติผู้ที่เข้ามาทำธุรกิจกับภาครัฐได้"

หากรัฐสนับสนุนให้นำมาใช้ในโครงการของรัฐ ก็จะช่วยผลักดันให้บริษัทที่เพิ่งตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจเพื่อรับงานของรัฐ ไม่สามารถเข้ามาได้ หรือทำให้ยากขึ้น เพราะการเข้าร่วมโครงการของไอโอดี มีเวลา มีกระบวนการที่ต้องทำ อย่างน้อยใช้เวลา 18 เดือน

 

หนุนแก้กม.คุมเข้มคุณสมบัติกรรมการ บจ.

สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นกับบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ จะยิ่งทำให้สังคมเข้าใจว่า ตัวกรรมการมีความสำคัญมาก การทำบทบาทหน้าที่ให้ถูกต้อง จึงเป็นสิ่งที่สังคมคาดหวัง กรรมการทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์แทนผู้ถือหุ้น

 

"เราต้องช่วยกัน ไม่ให้กรณีนี้เป็นกรณีเฉพาะบุคคล เมื่อธรรมาภิบาลถูกท้าทาย เราอาจจะต้องใช้วิธีการแก้ไขกฎหมาย ให้มีการลงโทษรุนแรง อย่างในสหรัฐ จำคุก 11 ปี ปรับ 100 ล้านดอลลาร์ และห้ามเป็นกรรมการตลอดชีวิต"

 

 

 

ที่มา :  กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย