คลังบี้4มีนาคม ปิดบัญชี'จำนำ' รอบ'ก.ย.2558'

คลังบี้4มีนาคม ปิดบัญชี'จำนำ' รอบ'ก.ย.2558'

1 มีนาคม 2559


 

คลังวางปฏิทิน นัดประชุม 4 มี.ค. ปิดบัญชีโครงการจำนำข้าวรอบบัญชี 30 ก.ย.2558 ให้ได้ ก่อนส่งถึงมือ ประยุทธ์-คณะกรรมการรับผิดทางแพ่งคณะทำงานเตรียมเคลียร์ตัวเลข อคส.-อ.ต.ก.ให้สะเด็ดน้ำ 1 มี.ค.

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันที่ 4 มีนาคมนี้ คณะอนุกรรมการฯ จะประชุมเพื่อปิดบัญชีขาดทุนโครงการรับจำนำรอบ 30 ก.ย.2558 ให้ได้ หลังล่าช้ามานานแล้ว และจะเร่งส่งผลการปิดบัญชีให้คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน รับทราบเพื่อหาแนวทางการแก้ไขขาดทุนจำนวนมากต่อไป รวมทั้งจะส่งข้อมูลการปิดบัญชีให้คณะกรรมการรับผิดทางแพ่ง ที่มีนายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เป็นประธาน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาในการเรียกค่าเสียหายแก่ผู้เกี่ยวข้องต่อไป

 

"คณะอนุกรรมการฯ จะต้องปิดบัญชีให้ได้ ซึ่งก็จบหน้าที่ของอนุกรรมการฯ ส่วนการดำเนินการต่อไปก็เป็นหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้อง คือ กขช. หรือคณะกรรมการรับผิดทางแพ่ง ที่ต้องดำเนินการแก้ไขหรือหาคนรับใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อไป" นายสมชัยกล่าว

แหล่งข่าวจากคณะทำงานปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า หลังการประชุมอนุกรรมการฯ เมื่อต้นเดือน ก.พ. น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ องค์การคลังสินค้า (อคส.) และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ให้เร่งส่งข้อมูลให้คณะทำงานปิดบัญชีจำนำข้าวให้ครบถ้วน ซึ่งข้อมูลที่ทั้งสองหน่วยงานส่งมา มีรายละเอียดไม่ตรงกับที่คณะทำงานขอไป เช่น ไม่มีการแบ่งเกรดคุณภาพข้าวให้ชัดเจน ทำให้คณะทำงานไม่สามารถตีค่าเสื่อมของข้าวได้ ส่งผลกระทบทำให้ยังสรุปตัวเลขขาดทุนไม่ได้ รวมถึงยังไม่สามารถเชิญตัวแทนจากสภาวิชาชีพบัญชีมาช่วยปิดบัญชีได้ เนื่องจากข้อมูลไม่สมบูรณ์

ในวันที่ 1 มี.ค. คณะทำงานจะประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับข้อมูลที่ได้รับมาทั้งหมด และจะรายงานปัญหาการปิดบัญชีข้าวให้อนุกรรมการปิดบัญชีรับทราบ และเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะให้ดำเนินการหรือให้ปิดบัญชีอย่างไร หากปิดตามข้อมูลที่มีอยู่ จะทำให้ผลขาดทุนที่ออกมาไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง และทำให้การปิดบัญชีไม่ได้มาตรฐานสากล ส่วนของข้าวที่หายไปประมาณ 3.9 แสนล้านตัน กระทรวงพาณิชย์ได้ยืนยันว่าได้ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดแล้ว โดยจะชี้แจงให้กับอนุกรรมการปิดบัญชีรับทราบว่าเป็นอย่างไรแหล่งข่าวกล่าว และว่า การประชุม กขช.ล่าสุดได้กำชับให้อนุกรรมการปิดบัญชีข้าวให้ดำเนินการปิดบัญชีให้ได้ จึงนัดประชุมวันที่ 4 มี.ค.นี้ เพราะไม่เช่นนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะยื้อให้การปิดบัญชีทำไม่ได้หรือล่าช้าออกไปอีก

สำหรับการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าวรอบ 30 ก.ย.2557 นั้น มีผลขาดทุน 7 แสนล้านบาท เป็นการผลขาดทุนของโครงการรับจำนำข้าวในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จำนวน 5 แสนล้านบาท

ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า แม้ว่าขณะนี้ร่างรัฐธรรมนูญยังไม่เรียบร้อย แต่ก็ไม่กระทบการทำงานของ ป.ป.ช. ซึ่ง 2 เดือนที่คณะกรรมการฯ เข้ามา ก็ได้เร่งรัดการทำงานในทุกมิติ และในต้นเดือน มี.ค.นี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ก็จะมีการจัดทำเวิร์กช็อปในพื้นที่ของกองทัพบกที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อระดมความเห็นในเรื่องการปรับปรุงแก้ไขระเบียบหรือกฎหมายที่จะต้องทำใน พ.ร.บ.ประกอบ เพื่อทำให้การไต่สวนมีความรวดเร็ว กะทัดรัด และมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าว่าภายในไม่เกิน 2 ปีนี้ คดีที่คั่งค้างอยู่จะต้องจัดการให้หมด.

 

 

 

ที่มา : ไทยโพสต์ วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย