ไฟเขียวพยานจีน วิดีโอลิงก์ปากคำ ซื้อข้าวแบบ'จีทูจี'

ไฟเขียวพยานจีน วิดีโอลิงก์ปากคำ ซื้อข้าวแบบ'จีทูจี'

3 มีนาคม 2559


 

ศาลฎีกาฯ รวมสำนวนคดีจีทูเจี๊ยะข้าว นัดตรวจหลักฐาน 20 เมษายน ขยายเวลาไต่พยานเพิ่มอีก 4 นัด จบ 15 กุมภา.ปีหน้า พร้อมอนุญาตให้จำเลยขอสืบพยานต่างชาติจากทางไกลผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในศาลฎีกานักการเมือง "บุญทรง" บอกเรื่องดี จะได้พิสูจน์สถานะบริษัทกวางตุ้ง-ไห่หนาน ที่ซื้อข้าวแบบจีทูจี

 

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นายธนฤกษ์ นิติเศรณี รองประธานศาลฎีกา ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดีทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี และองค์คณะรวม 9 คน นัดพร้อมคดีหมายเลขดำ อม.25/2558 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว จำเลยที่ 1, นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว จำเลยที่ 2 และพวก ซึ่งเป็นอดีตนักการเมือง 3 คน ข้าราชการการเมือง 3 คน และนิติบุคคลกับกรรมการผู้มีอำนาจในนิติบุคคล รวม 21 ราย เป็นจำเลยที่ 1-21 ในความผิดฐานกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 4, 9, 10, 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจโดยทุจริตสร้างความเสียหายแก่รัฐ, ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต สร้างความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 4, 123 และ 123/1 ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งอัยการสูงสุด โจทก์ ยังขอให้ศาลสั่งปรับจำเลยทั้งหมด เป็นเงิน 35,274,611,007 บาท ที่คิดคำนวณจากมูลค่าครึ่งหนึ่งตามสัญญาระบายข้าว 50,000 ตัน ที่พบว่ามีการกระทำผิดสัญญา 4 ใน 8 ฉบับด้วย ที่อัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2558

ทั้งนี้ ศาลนัดพิจารณาครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การจำเลย คดีหมายเลขดำ อม.1/2559 ที่อัยการสูงสุด ยื่นฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีกิจทวียโสธร, นายทวี อาจสมรรถ หุ้นส่วนผู้จัดการ, บริษัท กิจทวียโสธรไรซ์ จำกัด ที่มีนายทวี อาจสมรรถ เป็นกรรมการ, บริษัท เค.เอ็ม.ซี. อินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด, นายปกรณ์ ลีศิริกุล กรรมการ, บริษัท เจียเม้ง จำกัด และนางประพิศ มานะธัญญา กรรมการ เป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดฐานร่วมกันกระทำการสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157, 83, 86 และ 91 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 4 และมาตรา 123/1 กรณีเมื่อวันที่ 8 ก.ย.54-22 ก.พ.56 ร่วมสนับสนุนจำเลยที่ 1-6 คดีนายบุญทรงกับพวกที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ในการสั่งจ่ายแคชเชียร์เช็คซื้อขาย แต่ไม่ได้มีการซื้อจริง โดยอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 13 ม.ค.59

ศาลอ่านและอธิบายฟ้องโดยสรุปให้นายทวี, นายปกรณ์ และนางประพิศ ฟังแล้วจำเลยทั้งหมดยืนยันให้การปฏิเสธทั้งในฐานะผู้แทนนิติบุคคล และฐานะส่วนตัวที่เป็นกรรมการบริษัท ตามคำให้การที่ยื่นในวันนี้ ขณะที่นายทวี กก.หจก.โรงสีกิจทวียโสธร และ บจก.กิจทวียโสธรไรซ์ ขอยื่นคำให้การโดยละเอียดอีกภายใน 120 วัน ส่วนจำเลยที่เหลือขอยื่นคำให้การภายใน 45 วัน แต่ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีนี้ฟ้องตั้งแต่ ม.ค.59 และจำเลยได้ทราบจากการไต่สวนของ ป.ป.ช.มาแล้ว ประกอบกับจำเลยสามารถนำสืบรายละเอียดในประเด็นที่ต่อสู้ได้ จึงให้เวลายื่นคำให้การเพิ่มเติมภายใน 14 วัน

ส่วนที่อัยการ โจทก์ขอรวมสำนวนทั้งสองพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน เนื่องจากคดีเกี่ยวพันกัน พยานหลักฐานชุดเดียวกันนั้น องค์คณะได้สอบถามจำเลยทั้งหมดแล้วไม่คัดค้าน ประกอบกับเพื่อความสะดวกในการพิจารณา จึงอนุญาตให้รวมสำนวนโดยให้คดีหมายเลขดำ อม.25/2558 เป็นคดีหลัก ส่วนจำเลยที่ 1-7 คดีหมายเลขดำ อม.1/2559 ให้นับเป็นจำเลยที่ 22 -28 ต่อจากคดีดังกล่าว

ขณะเดียวกัน องค์คณะอนุญาตตามที่อัยการ โจทก์ยื่นคำร้องวันที่ 15 ก.พ.59 ขอเพิ่มพยานรวม 12 อันดับ ปะกอบด้วย พยานเอกสาร 10 ฉบับ และพยานบุคคลอีก 2 ปาก คือ นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นำสืบประเด็นการซื้อขายข้าวแบบจีทูจี และพยานอดีตพนักงานธนาคารกรุงไทย นำสืบเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินและบัญชีที่เกี่ยวข้องกับคดี

และอนุญาตตามคำร้องจำเลยที่ 10-23 ขอให้สืบพยานชาวจีนที่อาศัยในประเทศจีนและสิงคโปร์ รวม 5 ปาก ผ่านจอภาพทางไกล (วิดีโอคอนเฟอเรนซ์) เพื่อนำสืบสถานะความมีอยู่ของ บริษัท กวางตุ้ง จำกัด (Guangdong stationery & sporting goods imp.& exp. Corp.) และบริษัท ไห่หนาน เกรน แอนด์ ออยล์ อินดัสเทรียล เทรดดิ้ง และการซื้อขายข้าว โดยให้จำเลยเป็นผู้ประสานสถานทูตหรือกงสุลประเทศนั้น พร้อมให้ประสานระบบโทรคมนาคมกับ กสท.ด้วย โดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายดำเนินการดังกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อมีการรวมสำนวนพิจารณาเป็นคดีเดียวกันแล้ว องค์คณะจึงให้ยกเลิกนัดการไต่สวนพยานเดิมในวันที่ 16 มี.ค., 20 เม.ย. และ 27 ก.ค.59 นี้ แล้วให้เพิ่มนัดไต่สวนพยานอีก 4 นัด คือ วันที่ 18 ม.ค, 25 ม.ค., 1 ก.พ. และ 15 ก.พ.2560 โดยให้นัดตรวจพยานหลักฐานในส่วนของจำเลยที่ 22-28 ในวันที่ 20 เม.ย.นี้ เวลา 09.30 น.

ภายหลังนายบุญทรงกล่าวถึงการสืบพยานทางไกลจากจอภาพว่า ตนไม่ได้ร้องขอ แต่เป็นกลุ่มจำเลยร่วม แต่เชื่อน่าจะดีในแง่ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน เพราะพยานดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการซื้อขายข้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการสืบพยานทางไกลผ่านจอภาพดังกล่าว ถือเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นกับคดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อย่างไรก็ดี นายทวี, นายปกรณ์ และนางประพิศ กรรมการ กก.หจก.โรงสีกิจทวียโสธร, บจก.กิจทวียโสธรไรซ์, บจก.เค.เอ็ม.ซี. อินเตอร์ไรซ์ (2002) และ บจก.เจียเม้ง จำเลยที่อัยการยื่นฟ้องเพิ่มนั้น ก็ได้รับการปล่อยชั่วคราว โดยศาลตีราคาประกันคนละ 5 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขกับจำเลยอื่นโดยห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล.

 

 

 

ที่มา : ไทยโพสต์ออนไลน์ วันที่ 3 มีนาคม 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย