9 คดีแพ่ง อาญา 7สำนวน ป.ป.ช. ชี้ชะตา”ยิ่งลักษณ์”ในกระบวนการยุติธรรม

9 คดีแพ่ง อาญา 7สำนวน ป.ป.ช. ชี้ชะตายิ่งลักษณ์ในกระบวนการยุติธรรม

11 มีนาคม 2559


 

วิบากกรรมของ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของความเป็นความตาย เมื่อบารมีทางถึงคราวอัสดงตั้งแต่ถูกยึดอำนาจ 22 พ.ค. 2557

อดีตนายกฯหญิง ที่ใช้เวลา 49 วัน เดินพรมแดงเข้าเป็นประมุขฝ่ายบริหารในปี 2554 กลับต้องเดินขึ้นบันไดศาลต่อสู้คดีทุจริตในปี 2559โดยเฉพาะการต่อสู้คดีอาญาในโครงการจำนำข้าว ซึ่งอยู่ระหว่างไต่สวนชั้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง"ยิ่งลักษณ์" ต้องใช้เวลาขึ้นไต่สวนต่อหน้าบัลลังก์ศาลทุกนัด-การไต่สวนนัดสุดท้ายจะเกิดขึ้นในวันที่ 18 พ.ย. 2559 เพราะศาลไม่อนุญาตให้ไต่สวนพยานลับหลังจำเลย ว่ากันว่าการพิพากษาคดีน่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคมนี้ และในคดีจำนำข้าวอีกเช่นกันที่ "ยิ่งลักษณ์และพวก" ต้องต่อสู้คดีทางแพ่ง เมื่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ใช้กฎหมายความผิดทางละเมิด ฟ้องค่าเสียหายแก่อดีตนายกฯหญิง

 

ขั้นตอนเรียกค่าเสียหายเฉพาะตัว "ยิ่งลักษณ์" ขณะนี้อยู่ในกระบวนการหลังจากคณะกรรมการว่าด้วยการรับผิดทางแพ่งคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ชุดที่มีนายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้สรุปตัวเลขความเสียหายเสนอให้นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 เพื่อพิจารณาเห็นชอบ

ขั้นตอนต่อไปจะส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลงนามคำสั่งทางปกครอง ดำเนินการฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายต่อไปแม้ตัวเลขค่าเสียหายจำนำข้าวยังไม่ปรากฏออกมา แต่โหรการเมืองหลายสำนักก็ทำนายไว้ล่วงหน้าว่า "ยิ่งลักษณ์" จะถูกให้ชดใช้ค่าเสียหายไม่ต่ำกว่าแสนล้านอีกด้านหนึ่งที่ยังทำให้ชะตา "ยิ่งลักษณ์" ยังต้องไต่อยู่บนเส้นด้าย เพราะมีคดีอย่างน้อย 7 คดี ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

1. สำนวนคดีโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ออกจากเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดย ป.ป.ช.นำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ตัดสินให้ "ยิ่งลักษณ์" ใช้ตำแหน่งนายกฯ เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงข้าราชการประจำ ซึ่งเป็นการกระทำที่ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ จนต้องพ้นจากตำแหน่งรักษาการนายกฯ มาปัดฝุ่นโดยตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กับอดีตรัฐมนตรี 33 คน ตามความผิดตามข้อกล่าวหากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 66

หาก ป.ป.ช.เห็นว่า "ยิ่งลักษณ์และพวก" มีความผิดก็จะส่งอัยการสูงสุดเพื่อส่งต่อไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเช่นเดียวกับคดีจำนำข้าว

2. ป.ป.ช.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง ลงวันที่ 14 ตุลาคม กรณีที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์อนุมัติออกร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. ... หรือโครงการ 2 ล้านล้านบาท ทั้งที่ขัดรัฐธรรมนูญจนศาลรัฐธรรมนูญตีตกร่างกฎหมายดังกล่าวทิ้งไป ดังนั้นจึงเท่ากับ "ยิ่งลักษณ์และพวก" อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

3. สำนวนคดีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กับ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีต รมว.กลาโหม ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล ประจำปี 2555 โดยมีการเสนอชื่อ พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม โดยไม่ถูกต้องตามข้อบังคับและกฎหมาย โดยเด้ง "พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์" ออกจากปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ชาตรี ทัตติ รองปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.พิณภาษณ์ สริวัฒน์ เจ้ากรมเสมียนตรา ไปช่วยราชการสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

4. จ่ายเงินเยียวยารายละ 7.5 ล้านบาท ให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2548-2553 ทำให้รัฐเสียหาย

5. น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกกล่าวหาพร้อมคณะรัฐมนตรี ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยออกประกาศ เรื่อง พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ฉบับ ลว. 31 ก.ค. 56 ในพื้นที่เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และเขตดุสิต กรุงเทพฯ อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 มาตรา 15 โดยมีพฤติการณ์การกระทำที่น่าเชื่อว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่สอดคล้องกับเหตุผล ท้ายพระราชบัญญัติ รวมทั้งยังเป็นประกาศที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 63 และผลของการประกาศดังกล่าวยังทำให้รัฐเสียหายจากงบประมาณแผ่นดิน จำนวน 175 ล้านบาท

และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยออกประกาศ เรื่อง พื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ฉบับ ลว. 9 ต.ค. 56 และฉบับ ลว. 18 ต.ค. 56 อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 มาตรา 15 โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมีพฤติการณ์ส่อว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เป็นการใช้อำนาจหรือดุลพินิจ ในลักษณะบิดเบือนและไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย กระทำการเกินกว่าเหตุ เกินความจำเป็น และความสมควรแก่กรณี ทั้งยังเป็นการโต้แย้งสิทธิ และละเมิดสิทธิและเสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63

6. ยิ่งลักษณ์และสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกฯ ถูกร้องเรื่องการใช้งบประมาณ 240 ล้านบาท โรดโชว์โครงการ Thailand 2020

7. ป.ป.ช.ตรวจสอบบัญชีแสดงทรัพย์สินอดีตรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวทั้ง 5 ราย ประกอบด้วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีต รมว.พาณิชย์ นายยรรยง พวงราช อดีต รมช.พาณิชย์ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ ซึ่งกรณีนี้สืบเนื่องมาจากการชี้มูลโครงการจำนำข้าว

นอกจากคดีแพ่ง-อาญา และคดีความใน ป.ป.ช.ที่ตัดสินชีวิต "ยิ่งลักษณ์" ในอนาคต ยังเพิ่มเติมด้วยมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซ้ำดาบสามฟ้องเรียกค่าเสียหาย 2,400 ล้านบาท กับ "ยิ่งลักษณ์" ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ จากความผิดทางละเมิด โดยการปฏิบัติหน้าที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ เนื่องจากปล่อยให้มีการจัดการเลือกตั้ง ทั้งที่ กกต.ทักท้วงแล้ว คู่ขนานกับการฟ้อง กปปส.อีก 234 คน โดยฟ้องค่าเสียหายในตัวเลขเดียวกัน 2,400 ล้านบาท

ทีมงานวิเคราะห์การเมืองของ "ยิ่งลักษณ์" ประเมินว่า ที่ กกต. เล่นบทโหดเรียกเงิน 2 พันล้าน ในจังหวะการร่างรัฐธรรมนูญ อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เพราะต้องการ "ปราม" ไม่ให้ฝ่ายพรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดง ปลุกมวลชนออกมาต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญ

โดยยกกรณีเรียกค่าเสียหายจากการขัดขวางการเลือกตั้งของ กปปส. และความพยายามเดินหน้าจัดเลือกตั้งของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จนทำให้การเลือกตั้งโมฆะมาเป็นแบบอย่าง เข้าทำนอง "เชือดไก่ให้ลิงดู"

นับจากนี้ไป "ยิ่งลักษณ์" ยังต้องขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อร่วมกระบวนการไต่สวนทุกเดือนจนถึง พ.ย.

ขณะที่คดีของ ป.ป.ช.ก็กำลังใกล้งวดทุกคดี เพราะในยุคที่การปราบปรามคอร์รัปชั่นเป็นวาระแห่งชาติ ป.ป.ช.ถูกขันนอตให้เร่งกระบวนการสอบสวนทุกคดี

ทำให้คดีแพ่ง-อาญา และคดีใน ป.ป.ช.ของ "ยิ่งลักษณ์" มีถึง 9 คดี และยังถูกเรียกชดใช้ค่าเสียหายจากจำนำข้าวและ "ดื้อแพ่งจัดเลือกตั้ง รวมกันแสนล้านบาท"

เมื่อคดีความทุกอย่างรดต้นคอมาเรื่อยๆ คล้ายกับเป็นเกมสั่นประสาท

"ยิ่งลักษณ์" อาจจะต้องตัดสินใจทางใดทางหนึ่ง เช่นเดียวกับพี่ชายที่ชื่อ "ทักษิณ ชินวัตร"

 

 

 

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ วันที่ 9 มีนาคม 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย