คุก2ปี!รออาญา อดีตคณบดีวชิรพยาบาล ใช้รถรพ.เอื้อลูก

คุก2ปี!รออาญา อดีตคณบดีวชิรพยาบาล ใช้รถรพ.เอื้อลูก

30 มีนาคม 2559


 

ศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี 6 เดือน ปรับ 1 หมื่น นพ.ชัยวัน เจริญโชคทวี อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ทุจริตต่อหน้าที่โดยการนำรถยนต์และวัสดุราชการไปใช้ในงานแต่งลูกสาว แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี

 

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 มี.ค. ที่ห้องพิจารณาคดี 813 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อ.2117/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายแพทย์ชัยวัน เจริญโชคทวี อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐและเป็นเจ้าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 151 และ 157

คำฟ้องโจทก์สรุปว่า เมื่อระหว่างเดือนมกราคม 2554 เวลากลางวัน จำเลยซึ่งดำรงตำแหน่งคณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ได้สั่งให้นายประเทือง ครุฑวิเศษ หัวหน้าธุรการฝ่ายบริหารงานทั่วไป ซึ่งมีหน้าที่จัดเตรียมสถานที่ในงานต่างๆ ของคณะแพทยศาสตร์ฯ ให้ไปช่วยจัดเตรียมงานพิธีมงคลสมรสระหว่างแพทย์หญิงวรรณศิริ เจริญโชคทวี บุตรสาวของจำเลย กับนายแพทย์วรศักดิ์ สังวรศิลป์ และงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสในวันที่ 16 ม.ค.54 ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์คอนเวนชั่น โดยแจ้งให้นำเก้าอี้พร้อมปลอกจำนวน 100 ตัวและกระถางต้นไม้ ซึ่งเป็นทรัพย์สินของคณะแพทยศาสตร์ฯ ไปใช้จัดงานด้วย

นอกจากนี้ จำเลยได้สั่งให้เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา คณะแพทยศาสตร์ฯ นำกล้องวิดีโอ 2 เครื่อง โทรทัศน์จำนวน 1 เครื่อง สายสัญญาณจำนวน 1 ชุด ขาตั้งกล้องมอนิเตอร์ 2 เครื่อง กล้องถ่ายรูป 2 ตัว และชุดสวิตเซอร์ (ชุดควบคุม) 1 ชุด เครื่องเล่นและบันทึกดีวีดีจำนวน 1 เครื่อง ที่เป็นทรัพย์สินของคณะแพทยศาสตร์ฯ ไปติดตั้งใช้งานตามที่จำเลยสั่ง โดยจำเลยยินยอมให้นำรถยนต์ส่วนกลางของคณะแพทยศาสตร์ฯ จำนวน 4 คัน ประกอบด้วย รถกระบะ 3 คัน และรถตู้ 1 คันไปใช้บรรทุกทรัพย์สินดังกล่าว และขนเจ้าหน้าที่ของคณะแพทยศาสตร์ฯ ไปที่บ้านของจำเลย

การกระทำของจำเลยดังกล่าวได้กระทำโดยอาศัยที่จำเลยเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์สินอันเป็นของคณะแพทยศาสตร์ฯ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต โดยนำอุปกรณ์ต่างๆ ดังกล่าวไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวของจำเลย อันเป็นการเสียหายแก่รัฐและคณะแพทยศาสตร์ฯ

ต่อมาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิดให้ดำเนินคดีกับนายแพทย์ชัยวัน เมื่อวันที่ 10 ก.ย.56 ซึ่งนายแพทย์ชัยวัน จำเลยให้การปฏิเสธ แต่ต่อมาได้ยื่นคำร้องให้การรับสารภาพในภายหลัง เหตุเกิดที่แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กทม.

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า การกระทำของนายแพทย์ชัยวัน จำเลยเป็นการทุจริตในตำแหน่งหน้าที่ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 พิพากษาจำคุก 5 ปี ปรับ 2 หมื่นบาท แต่จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกเหลือ 2 ปี 6 เดือน ปรับ 1 หมื่นบาท เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์ความร้ายแรงแห่งคดีแล้ว เห็นว่าเมื่อจำเลยทราบว่าการกระทำของตนและพยายามบรรเทาผลร้ายที่เกิดขึ้น โดยการชดใช้ค่าเสียหายแล้วในทันที ประกอบกับจำเลยรับราชการเป็นแพทย์มานาน ทำคุณความดีให้แก่หน่วยงานและประเทศชาติมาโดยตลอด ทั้งจำเลยมิเคยกระทำความผิดอาญาใดๆ และไม่เคยปรากฏว่าเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี.

 

 

ที่มา : ไทยโพสต์ วันที่ 29 มีนาคม 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย