“รุสเซฟฟ์” เตรียมหลุดเก้าอี้! พรรคการเมืองใหญ่สุดในบราซิลประกาศ “ถอนตัว” จาก รบ.ผสม

31 มีนาคม 2559


 

  ผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า พรรคการเมืองใหญ่ที่สุดของบราซิลประกาศถอนตัวออกจากรัฐบาลผสมของประธานาธิบดี ดิลมา รุสเซฟฟ์ เมื่อวานนี้ (29 มี.ค.) ซึ่งทำให้ผู้นำหญิงแดนแซมบ้าที่กำลังถูกไล่บี้เรื่องคดีทุจริตเสี่ยงที่จะถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าพรรคแนวร่วมประชาธิปไตยบราซิล (PMDB) ใช้เวลาหารือแค่ไม่กี่นาที ก่อนที่ประชุมผู้นำพรรคจะมีมติเป็นเอกฉันท์ให้รัฐมนตรี 6 คน และสมาชิกพรรคที่ดำรงตำแหน่งในรัฐบาลชุดปัจจุบันลาออกทันที

 

                ภายใต้ระบบประธานาธิบดีของบราซิล รุสเซฟฟ์จะยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้ แต่การตีจากของพรรค PMDB ก็จะทำให้เธอต่อสู้กระบวนการถอดถอนในรัฐสภาได้ลำบากขึ้น และนั่นหมายความว่ารองประธานาธิบดี มิเชล ทีเมอร์ ซึ่งเป็นผู้นำพรรค PMDB อาจจะได้ก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีแทนในที่สุดรุสเซฟฟ์ ยืนยันว่าตนไม่เคยกระทำความผิด และโจมตีพวกที่พยายามถอดถอนเธอว่าคิดจะก่อ รัฐประหารโค่นอำนาจพรรคแรงงาน (PT)

                พรรคฝ่ายค้านได้ยื่นเรื่องถอดถอนรุสเซฟฟ์ เมื่อปีที่แล้ว ด้วยข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลของเธอบริหารงบประมาณอย่างผิดกฎหมายเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภาคสาธารณะ ระหว่างช่วงหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2014

เมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ชาวบราซิลกว่า 3 ล้านคนตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศพร้อมใจกันออกมาเดินขบวนกดดันให้รัฐสภาเร่งรัดกระบวนการถอดถอนผู้นำหญิงหัวซ้าย ซึ่งถูกสังคมติเตียนทั้งเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน และการบริหารบ้านเมืองอย่างไร้ประสิทธิภาพ จนทำให้เศรษฐกิจแดนแซมบ้าเข้าสู่ภาวะถดถอยที่สุดในรอบ 25 ปี ซึ่งถือเป็นการแสดงพลังขับไล่รุสเซฟฟ์ที่มีคนเข้าร่วมมากที่สุดเป็นประวัติการณ์

รุสเซฟฟ์ และรัฐบาลพรรคแรงงานยังถูกฟ้องคดีรับสินบนและยักยอกทรัพย์จำนวนมหาศาลจากรัฐวิสาหกิจน้ำมันเปโตรบราส (Petrobras) โดยบุคคลที่กำลังถูกอัยการเล่นงานหนักที่สุดก็คือ อดีตประธานาธิบดี ลูอิซ อินาซิโอ ลุลา ดา ซิลวา ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของพรรคแรงงาน

เราจะพยายามสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศ วิกฤตเศรษฐกิจและสังคมครั้งนี้รุนแรงเหลือเกินส.ว.โรเมโร ฮูกา รองประธานคนที่หนึ่งของพรรค PMDB ให้สัมภาษณ์ หลังจากที่ประชุมพรรคพร้อมใจกันป่าวร้องสโลแกน ทีเมอร์ เป็นประธานาธิบดีและ พรรคแรงงานออกไป

                จุดยืนของพรรคใหญ่อย่าง PMDB อาจเป็นตัวกระตุ้นให้พรรคเล็กๆ ตัดสินใจทิ้งรัฐบาลตามไปด้วย ซึ่งจะทำให้ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของบราซิลถูกโดดเดี่ยวอย่างแท้จริง ก่อนจะมีการลงมติถอดถอนเธอในสภาผู้แทนราษฎรช่วงกลางเดือน เม.ย.นี้

                กระบวนการถอดถอนรุสเซฟฟ์จะถือเป็นการปลดประธานาธิบดีครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปี หลังจากกรณีของอดีตประธานาธิบดี เฟอร์นันโด กอลลอร์ เดอ เมลโล ซึ่งถูกวุฒิสภาไต่สวนข้อหาคอร์รัปชันเมื่อปี 1992บราซิลเคยได้ชื่อว่าเป็นประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่มีแนวโน้มเติบโตเร็วที่สุดเช่นเดียวกับ จีน อินเดีย และรัสเซีย แต่ในปีที่แล้วเศรษฐกิจบราซิลกลับหดตัวถึง 3.8% และยังถูกหั่นเรตติ้งความน่าเชื่อถือลงไปถึงขั้น ขยะ” (junk)

                รัฐบาลบราซิลยังเผชิญปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสซิกา ในขณะที่กำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนที่นครรีโอเดจาเนโรในเดือน ส.ค.นี้

 

 

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 30 มีนาคม 2559

 

 

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย