“ยิ่งลักษณ์” ขึ้นศาลฎีกาไต่สวนคดีจำนำข้าวนัดที่ 6

4 เมษายน 2559


 

ยิ่งลักษณ์ขึ้นศาลฎีกาไต่สวนคดีจำนำข้าวนัดที่ 6 อึ้ง! จ่าประสิทธิ์โผล่มาให้กำลังใจ หนูไม่รู้ด้วย ยุทธนาชี้พบโกงระบายข้าวถุงของ อคส.อื้อ ทั้งขายต่อยกกระสอบ ให้คนกันเองสอบเมื่อเจอทุจริต มึน! ป.ป.ช.ไม่เอาผิด กขช.ยกก๊วน รองผู้ว่าฯ สตง.แฉทำหนังสือท้วงติงถึง นายกปู4 ฉบับแต่ถูกเมิน

 

                ไทยโพสต์ รายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 เม.ย. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเพื่อร่วมฟังการสืบพยานฝ่ายโจทก์ เป็นครั้งที่ 6 ในคดีโครงการรับจำนำข้าว กรณีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการ โดยมีบรรดาแกนนำ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โดยเฉพาะ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ อดีต ส.ส.สุรินทร์ ซึ่งเพิ่งพ้นโทษ และมวลชนเข้าให้กำลังใจจำนวนมาก

                ก่อนการไต่สวน ศาลได้แจ้งให้คู่ความทราบว่า สำนักงานศาลยุติธรรมได้เชิญสื่อมวลชนมาทำความเข้าใจในการนำเสนอข่าวหลังจากองค์คณะได้มอบหมายแล้ว ต่อมาพนักงานอัยการได้นำ พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี อดีตประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามตรวจสอบการระบายข้าวรัฐบาล ในคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา เบิกความ

                โดย พล.ต.ท.ยุทธนาระบุว่า หลังจากได้รับแต่งตั้งเป็นประธานอนุ กมธ.ได้เข้าตรวจสอบปัญหาการทุจริตโครงการจำนำข้าว ซึ่งคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ได้มีมติให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) ดำเนินโครงการปรับปรุงข้าวและจำหน่ายข้าวถุงในราคาถูกเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ด้วย ซึ่งการจ้างเอกชนปรับปรุงคุณภาพและจำหน่ายข้าวถุง อคส.จะเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด เมื่ออนุ กมธ.ตรวจสอบสัญญาที่ อคส.ทำไว้กับเอกชน พบว่ามีความบกพร่องและไม่ตรวจสอบศักยภาพของเอกชนที่จะปรับปรุงคุณภาพข้าวและนำข้าวบรรจุถุง อีกทั้งในการร่างสัญญา อคส.ไม่ได้ประสานไปยังอัยการให้มาช่วยตรวจสอบ เนื่องจาก อคส.อ้างว่าเป็นเรื่องภายใน

                “ในการตรวจสอบยังพบด้วยว่า ข้าวส่วนใหญ่ไม่ถึงมือประชาชน เมื่อเรียกเจ้าของโรงสีและ อคส.มาชี้แจง ทราบว่าไม่มีการบรรจุข้าวถุงส่งร้านค้าเพื่อจำหน่าย แต่เป็นการขายช่วงต่อแบบยกกระสอบ จนข้าวหมดสต็อก ทางอนุ กมธ.จึงได้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์แจ้งให้ระงับการดำเนินการทำข้าวถุง และให้กระทรวงพาณิชย์รายงานถึงนายกฯ ทราบพล.ต.ท.ยุทธนาระบุ

                พล.ต.ท.ยุทธนายังเบิกความต่อว่า ต่อมา รมว.พาณิชย์ได้มีคำสั่งยกเลิกการจำหน่ายข้าวถุง และสั่งให้ อคส.เรียกข้าวคืนทั้งหมดภายในวันที่ 31 ส.ค.2556 แต่เนื่องจาก อคส.ขายช่วงต่อให้เอกชนไปแล้ว จึงไม่สามารถหาข้าวมาคืนได้ทันตามกำหนด ส่วนที่กระทรวงพาณิชย์มีคำสั่งตามมติ กขช.ให้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการดำเนินงานของ อคส.นั้น คณะกรรมการที่ทำหน้าที่ตรวจสอบก็เป็นบุคคลภายในของ อคส. จึงไม่แน่ใจว่าการตรวจสอบจะพบความผิดปกติหรือไม่ ทั้งนี้การดำเนินการของ อคส.อยู่ในการกำกับดูแลของ กขช. เมื่อพบว่าการระบายข้าวถุงมีการทุจริต และยังมีสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวที่สามารถเชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่นได้ จึงส่งเรื่องให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบ

                “ป.ป.ช.ได้แจ้งข้อกล่าวหาบุคคลเพียง 16 คน รวมถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะประธาน กขช. แต่คณะกรรม กขช.อีก 23 คน ป.ป.ช.กลับยังไม่มีดุลยพินิจเเต่อย่างใด ซึ่งไม่ทราบ ป.ป.ช.จะแจ้งข้อกล่าวหาบุคคลอื่นเพิ่มเติมอีกหรือไม่พล.ต.ท.ยุทธนาระบุ

                ต่อมาอัยการได้นำนายประจักษ์ บุญยัง รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เข้าเบิกความต่อว่า สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีหนังสือด่วนที่สุด เกี่ยวกับข้อห่วงใยในการดำเนินโครงการจำนำข้าวถึงนายกฯ 4 ฉบับ เพื่อให้มีการแก้ไขโดยเร็ว รวมทั้งได้ให้การเรื่องดังกล่าวรวมถึงจัดทำรายงานการตรวจสอบโครงการจำนำข้าวที่ระบุหนี้สินโครงการระบายข้าวกว่า 5.4 แสนล้านบาทส่งให้ ป.ป.ช.ด้วย ซึ่งตัวเลขดังกล่าวได้ข้อมูลจาก อคส.

                สำหรับหนังสือ 4 ฉบับนั้น ฉบับแรกเป็นการตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ พบปัญหาและความเสี่ยงของโครงการ จึงทำหนังสือแจ้งนายกฯ เพื่อเป็นข้อมูลกำหนดแนวทางดำเนินโครงการไม่ให้เกิดปัญหา ส่วนฉบับที่ 2 ได้แจ้งให้คณะรัฐมนตรีเร่งรัดดำเนินการออกใบประทวนให้เป็นธรรม แต่ก็ไม่ได้รับการชี้แจงกลับมา ขณะที่หนังสือฉบับที่ 3 ได้แจ้งปัญหาและความไม่โปร่งใสของโครงการ และฉบับที่ 4 เป็นข้อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนและยุติโครงการจำนำข้าว แม้จะไม่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหรือมีหลักฐานยืนยันความไม่โปร่งใสของโครงการ แต่ก็ได้วิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูลของโครงการครั้งก่อนๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดมาตรการป้องกัน

                “หลังทำหนังสือแล้วไม่ทราบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้แต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นมา 2 ชุด เพื่อติดตามดูและให้ความเป็นธรรมการดำเนินโครงการจำนำข้าว และตรวจสอบการทุจริตเยียวยาฟื้นฟู รวมถึงสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์นำข้อเสนอแนะของ สตง.ไปดำเนินการ ซึ่งหลังรับคำสั่ง พณ.ขอหนังสือฉบับที่ 1-2 แสดงให้เห็นว่า พณ.ไม่ได้รับทราบคำแนะนำแต่แรก ต่อมา พณ.มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงโครงการจำนำข้าวตามความเห็นของ สตง. และรายงานการตรวจสอบให้ สตง.ทราบ

                ภายหลังไต่สวนพยานเสร็จทั้ง 2 ปาก อัยการโจทก์ได้อ้างส่งเอกสารสรุปประเด็นหนังสือ 4 ฉบับของ สตง.ที่ส่งถึงนายกฯ โดยศาลรับไว้พิจารณา ซึ่งจำเลยจะขอทำคำคัดค้านเอกสารดังกล่าวต่อไป ขณะที่ศาลนัดไต่สวนพยานโจทก์ปากต่อไปวันที่ 22 เม.ย.นี้ เวลา 09.30 น.

 

 

 

ที่มา ไทยโพสต์ วันที่ 2 เมษายน 2559

Share this Content

   
© องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย