www.transparency-thailand.org

NOTE: To use the advanced features of this site you need javascript turned on.

Home arrow ข่าวทั้งหมด arrow ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น

ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น PDF Print E-mail

องค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย โดย ดร.จุรี วิจิตรวาทการ ดร.จิรวรรณ ภักดีบุตร และ ดร.กนกกาญจน์ อนุแก่นทราย ร่วมกันแถลงผลการสำรวจการจัดอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น ประจำปี 2549 พบว่าประเทศไทยถูกจัดอันดับอยู่ลำดับที่ 63 จากทั้งหมด 163 ประเทศทั่วโลก ซึ่งได้ 3.6 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน โดยที่ในระดับภูมิภาคเอเชียประเทศไทยอยู่ลำดับที่ 9 จากทั้งหมด 21 ประเทศ ทั้งนี้ประเทศไทยเคยอยู่ลำดับที่59 จากจำนวน 159 ประเทศในปี 2548 ได้ 3.8 คะแนน

ดร.จุรี ประธานองค์กรเพื่อความโปร่งใสฯ ระบุว่า ปี 2549 ประเทศไทยมีคะแนนอยู่ลำดับเดียวกับประเทศเลบานอน และซีเชลล์ โดยการจัดอันดับโลกนี้ ประเทศที่อยู่ลำดับที่ 1 ได้แก่ ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ และนิวซีแลนด์ ได้ 9.6 ส่วนสหรัฐฯ อยู่ลำดับที่ 20 ได้ 7.3 คะแนน และประเทศที่มีคะแนนต่ำสุดคือ เฮติ ได้ 1.8 คะแนน

"สำหรับการจัดอันดับในประเทศภูมิภาคเอเชียที่มี 21 ประเทศ ประเทศไทยอยู่ลำดับที่ 9 ได้ 3.6 คะแนน ส่วนประเทศที่ได้คะแนนอันดับ 1 ได้แก่ ประเทศสิงคโปร์ได้ 9.4 คะแนน ซึ่งในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาประเทศสิงคโปร์มีคะแนนอยู่ลำดับที่ 1 ไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่ประเทศที่มีคะแนนต่ำสุดในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ พม่า ได้ 1.9 คะแนน ซึ่งประเทศพม่า ยังได้คะแนนเป็นอันดับรองสุดท้ายของการวัดผลระดับโลก 163 ประเทศด้วย" ดร.จุรี กล่าว

ดร.จุรีกล่าวว่า แม้ว่าการวัดอันดับคอรัปชั่นจะทำโดยสถาบันของต่างประเทศ แต่ข้อมูลดังกล่าวเมื่อองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย นำไปสอบถามความรู้สึกของคนไทย ในกลุ่มของนักศึกษาพบว่า ไม่มีความแตกต่างกัน คือ คนไทย ยอมรับว่ามีการคอรัปชั่นเกิดอย่างรุนแรง ซึ่งช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา คอรัปชั่นมีความรุนแรง และมีจุดอันตรายมากขึ้น เนื่องจากเป็นการทุจริตคอรัปชั่นในโครงการเมกกะโปรเจกต์ เช่น ปัญหาการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดสนามบินสุวรรณภูมิ หรือ เครื่องซีทีเอ็กซ์ ซึ่งลำดับของประเทศไทยที่ตกลงมาทั้งในการจัดลำดับโลก และภูมิภาคเอเชีย แสดงให้เห็นว่า ระบบการจัดการ การปราบปรามคอรัปชั่นยังไม่ได้ผลสำเร็จเต็มที่ เพราะความไม่จริงจังในการแก้ปัญหาของฝ่ายการเมือง รวมทั้งปัญหาจริยธรรม คุณธรรมของนักการเมือง และการบังคับใช้กฎหมายของฝ่ายตรวจสอบ เช่น ป.ป.ช.  ดังนั้น ป.ป.ช. และหน่วยงานที่ต้องปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นควรต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ไม่ละเว้น หรือเลือกปฏิบัติ แต่ต้องนำกฎหมายที่มีอยู่มาใช้ปฏิบัติโดยเท่าเทียมกัน ซึ่งการคอรัปชั่นที่เกิดขึ้นมีผลมาจากการใช้กฎหมายแบบละเว้น ไม่เสมอภาค และปัญหานักการเมืองขาดจริยธรรม คุณธรรม

 
< Prev   Next >