www.transparency-thailand.org

NOTE: To use the advanced features of this site you need javascript turned on.

Home

หลักสูตร ‘โตไปไม่โกง'

กทม. เล็งบรรจุหลักสูตร ‘โตไปไม่โกง' ปลูกจิตสำนึกเยาวชนไทย
 
เขียนโดย Thaireform

กทม . เดินหน้าโครงการโตไปไม่โกง เตรียมเพิ่มหลักสูตรการเรียนการสอนโรงเรียนกทม. ปลูกจิตใต้สำนึกเยาวชนต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น คาดดำเนินการได้ในช่วงเดือนหน้า นำร่องนำครูเข้าฝึกอบรม  1,400 คน

เมื่อเร็วๆ นี้ นางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมการปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนกทมเพื่อปลูกจิตใต้สำนึกด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยมีนางนินนาท ชลิตานนท์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร นายโกสิน เทศวงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษา กทม. รศ. จุรี วิจิตรวาทการ ตัวแทนจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องนพรัตน์ ศาลาว่าการกทม.

นางทยา กล่าวถึงปัญหาการทุจริตคอรัปชันว่า เป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนเห็นตรงกัน ว่าเป็นสิ่งที่กัดกร่อนสังคมไทยและนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ทั้งในเรื่องของความยากจน ความด้อยพัฒนา การซื้อสิทธิ์ขายเสียง การเอาเปรียบกันอย่างไม่เคารพกติกา ฯลฯ  กรุงเทพมหานครเล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างคุณค่าและปลูกจิตสำนึกให้แก่เยาวชนตั้งแต่วัยเยาว์ โดยการปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนกทม.เพื่อปลูกจิตใต้สำนึกด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นจึงได้เกิด โครงการโตไปไม่โกง เพื่อบรรจุเข้าในหลักสูตรการเรียนการสอนของกรุงเทพมหานคร

l

Read more...
 
ประชาสังคมชี้การเมือง-คอร์รัปชัน

bb

ประชาสังคมชี้การเมือง-คอร์รัปชันต้นตอปัญหาความเหลื่อมล้ำ
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “ความไม่เท่าเทียมทางสังคม (Social inequality)”
โดยมี นักวิชาการ นักธุรกิจ  และตัวแทนสื่อสารมวลชน ร่วมระดมความเห็น
นายพารณ อิศรเสนาฯ กรรมการ สศช. มองว่า ที่ผ่านมาเราแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมาโดยตลอด และตนเองก็เคยพูดในที่ประชุมคณะกรรมการสภาพัฒน์ ว่าทำไมเราไม่เอามหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งประเทศมาร่วมกันทำวิจัยว่าที่จริงแล้วปัญหาความเหลื่อมล้ำเกิดจากอะไร ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้คุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปแล้วว่าเราแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และเดือนที่แล้วก็ได้คุยกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ทำการวิจัยเรื่องนี้ โดยเอามหาวิทยาลัยทั้งหลายมาทำวิจัยว่าปัญหาจริงๆ คืออะไร เพราะถ้าไปถามคนภาคเหนือ ภาคอีสาน จะพบว่ามีหลายปัญหาที่ไม่ตรงกัน จึงเห็นว่าเราควรไปสอบถามชาวบ้าน ว่าอะไรคือเหตุของปัญหา และทางแก้ปัญหาจะเป็นอย่างไร
นายวิจารณ์ พานิช ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.) เห็นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมีความซับซ้อนหลากหลาย บางครั้งอาจจะไม่ใช่เรื่องของตัวเงิน แต่เป็นเรื่องทางความรู้สึก เมื่อไหร่ที่การเปรียบเทียบว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมคนก็จะแสดงออกมา จึงคิดว่าควรให้ระบบสถาบันการศึกษาลงมาช่วยศึกษาให้เป็นระบบลงไปถึงความรู้สึกลึกๆ ของคนในสังคม และชุมชน อย่างในปี 2516 และ 2519 เราเคยให้นักศึกษาลงไปในพื้นที่เยอะมาก แต่ก็ลงไปผิด เพราะไปสอนชาวบ้าน แทนที่จะไปเรียนรู้จากชาวบ้าน
นอกจากนี้สังคมยุคใหม่ยังต้องมีการเรียนรู้ที่สูงขึ้น เพราะข้อมูลข่าวสารที่สื่อออกไปส่วนใหญ่เพื่อประโยชน์ของตัวเองแล้วไปทำร้ายคนอื่น แต่สังคมยังกรองสื่อที่ออกมาไม่เป็น ยังขาดทักษะในการเรียนรู้ เราจึงต้องตั้งโจทย์เรื่องการศึกษาเรียนรู้ให้ได้ เพราะสภาพการศึกษาในปัจจุบันยังไม่ตรงกับสภาพความเป็นจริง เราจึงต้องกำหนดเป้าหมายทางการศึกษาใหม่ เพราะสังคมเปลี่ยนไป
นายวิสุทธิ์ จิรายุต รองประธานสถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์  สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ชี้ว่า ปัจจุบันยังมีคนอีก 10 ล้านคนที่อยู่ในภาคเกษตร แต่คนมีความรู้ด้านการเกษตรจริงๆ ยังจำกัดอยู่เพียงไม่กี่แห่ง จึงต้องให้ความรู้ที่ถูกต้องและสร้างเครื่องมือที่ดีให้แก่เกษตรกร และตัวที่ที่ใหญ่ที่สุดคือกระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้สินที่ต้องเข้าไปดูแลเพิ่มเติมจากปัจจุบันที่มีมาตรการช่วยเหลือบ้างแล้ว และอาจจะมีการจัดทำแพ็คเกจสำหรับคนที่เกิดในไทยว่าเมื่อเกิดแล้วรัฐจะมีอะไรให้แก่เขาบ้าง จากนั้นจึงค่อยไปดูวิธีจัดการเงินที่จะนำมาใช้ นอกจากนี้ในส่วนของคนทำงานอาจจะมีกระบวนการทางกฎหมายให้นายจ้างฝึกอบรมแรงงาน รวมทั้งให้องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่เข้ามาช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็ก รวมทั้งจะต้องมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้มากขึ้น

Read more...
 
ศาลภาษีฯนัดสืบโจทก์

ศาลภาษีฯนัดสืบโจทก์'โอ๊ค-เอม'ร้องเพิกถอนประเมินภาษีซื้อหุ้นชินกว่า 1.2 พันล้าน ในวันที่ 21 ก.ย.นี้ เตรียมพยาน 13 ปาก

ที่ศาลภาษีอากรกลาง ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 10.00 น. ศาลนัดชี้ 2 สถานกำหนดประเด็นนำสืบและวันสืบพยาน คดีที่นายพานทองแท้ และน.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง กรมสรรพกร , นายสุทธิชัย สังขมณี , นายศิริศักดิ์ พันธ์พยัคฆ์ และนายณัฎฐภพ อนันตรสุชาติ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์การประเมินภาษีของกรมสรรพกร เป็นจำเลยที่ 1 - 4 เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.52 เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการประเมินภาษีของโจทก์ทั้งสองทุกประเด็นจากการซื้อขายหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด ( มหาชน ) จากบริษัทแอมเพิลริช อินเวสเมนต์ จำกัด จำนวน 164.6 ล้านหุ้น และขอให้ปลดภาษี ลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มของนายพานทองแท้ จำนวน 5 ,677,136,572.88 บาท และน.ส.พิณทองทา จำนวน 5 ,676,860,088.79 บาท

ในวันนี้นายเมธา ธรรมวิหาร ทนายความโจทก์ ยื่นคำร้องขอรวมคดีหมายเลขดำที่ 266/2552 ที่นายพานทองแท้ และ 267/2552 ที่ น.ส.พินทองทา ยื่นฟ้องรวมเป็นสำนวนเดียวกัน เนื่องจากเนื้อหาและพยานหลักฐาน สอดคล้องกัน ดังนั้นเพื่อความสะดวกในการพิจารณาคดีจึงขอรวมสำนวน ซึ่งศาลได้สอบถามฝ่ายจำเลยแล้ว ไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้รวมคดีเป็นสำนวนเดียวกัน

ส่วนการพิจารณาคดีศาลได้กำหนดประเด็นวินิจฉัย รวม 2 ข้อ 1.การประเมินภาษีของเจ้าพนักงานประเมิน และคำวินิฉัยอุทธรณ์การเรียกเก็บภาษีของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษี กรมสรรพกร ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และ 2. การงดหรือลด เบี้ยปรับให้กับโจทก์ทั้งสองกระทำได้หรือไม่มากน้อยเพียงใด จากนั้นได้กำนดวันสืบพยานโจทก์จำนวน 13 ปาก เป็นวันที่ 21-22 ก.ย.นี้ และ 5-6 ,13,19 ต.ค.นี้ และวันสืบพยานจำเลย 5 ปาก ในเป็นวันที่ 26-27 ต.ค.นี้เวลา 09.00 น. โดยพยานโจทก์ปากแรกที่เตรียมนำสืบ คือ นางกญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิง พจมาน

สำหรับที่โจทก์ ยื่นคำร้องเพิ่มเติมคำฟ้องว่า ระหว่างยื่นฟ้องคดีการประเมินภาษีคดีนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำวินิจัยว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเจ้าของหุ้นที่แท้จริง ดังนั้นโจทก์ทั้งสอง จึงยื่นคำฟ้องเพิ่มเติ่มว่า การประเมินภาษีของกรมสรรพกรกับโจทก์ทั้งสองไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งศาลมีคำสั่งให้ กรมสรรพกร จำเลย ยื่นคำให้การต่อศาลภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/politics/20100601/118627/ศาลภาษีนัดสืบพยานโอ๊ค-เอมฟ้องสรรพากร.html

 
<< Start < Prev 1 2 3 4 5 6 7 8 Next > End >>

Results 5 - 8 of 29